เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ไทยปรับกลยุทธ์จัดหาน้ำมัน ลดพึ่งพาตะวันออกกลางเหลือ 30% รับมือความตึงเครียดภูมิภาค
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการรายงานว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันดิบของประเทศไทย เนื่องจากไทยเคยพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคดังกล่าวในสัดส่วนสูง หลายคนตั้งคำถามว่าโรงกลั่นน้ำมันของไทยจะยังมีน้ำมันดิบเพียงพอสำหรับการผลิตและการบริโภคภายในประเทศหรือไม่ รวมถึงมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ไทยอาจหันไปนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพื่อทดแทน
ผลการตรวจสอบ
นายสรวุฒิ เกวทธิป อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกปิดสนิท และเส้นทางขนส่งน้ำมันยังสามารถใช้งานได้อยู่ แม้จะมีการปรับเส้นทางบ้างในบริเวณทะเลแดง โรงกลั่นน้ำมันไทยทั้ง 6 แห่งได้กระจายแหล่งจัดหาน้ำมันอย่างชัดเจน ได้แก่ PTT Global Chemical ไม่นำเข้าน้ำมันตะวันออกกลางแม้แต่น้อยในช่วงความขัดแย้ง Star Petroleum Refining และ Thai Oil ใช้ท่าเรือฟูไจราห์ในยูเออีซึ่งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ IRPC ใช้เส้นทาง Cape of Good Hope เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ Bangchak หันมาพึ่งน้ำมันจากมาเลเซีย ออสเตรเลีย และลิเบีย ส่งผลให้สัดส่วนน้ำมันตะวันออกกลางลดลงจาก 58% เป็น 30% ส่วนกรณีน้ำมันรัสเซียนั้น อธิบดีชี้แจงว่าไทยไม่ได้นำเข้า เนื่องจากโรงกลั่นส่วนใหญ่พึ่งพาสถาบันการเงินยุโรปสำหรับสินเชื่อและธุรกรรม ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกรรมได้ตามปกติ
สรุป
สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุนในประเทศ ความเสี่ยงหลักในระยะสั้นคือความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงสูง แม้การจัดหาจะไม่ขาดแคลน แต่ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทางอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันสำเร็จรูปได้บ้าง แนะนำให้ติดตามข้อมูลราคาและสถานการณ์จากกรมธุรกิจพลังงาน (DOEB) และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นช่องทางหลัก เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันก่อนตัดสินใจในเรื่องพลังงานหรือการลงทุน
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน