
ไข่ต้มสูญเสียชั้นป้องกันจากความร้อน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคมากกว่าไข่ดิบ
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้ออ้างที่แพร่หลายบนโลกโซเชียลมีเดียระบุว่า ไข่ต้มค้างคืนเสียง่ายกว่าไข่ดิบ โดยอ้างว่าหากวางไข่ต้มไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง เชื้อโรคจะแทรกซึมเข้าไปได้ง่ายมาก และไม่สามารถเก็บรักษาได้นาน เหล่านี้เป็นข้ออ้างที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการจัดเก็บไข่ในบ้านเรา
ผลการตรวจสอบ
Cofact Thailand ตรวจสอบข้ออ้างนี้โดยสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงสร้างและชั้นป้องกันของไข่ พบว่าไข่ดิบมีชั้นป้องกันตามธรรมชาติหลายชั้น ได้แก่ นวลไข่ เปลือก และเยื่อหุ้มไข่ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ภายใน อย่างไรก็ตาม เมื่อไข่ถูกต้ม ชั้นป้องกันบางส่วนอาจได้รับความเสียหาย ทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถแทรกซึมเข้าไปได้ง่ายกว่า ดังนั้น ไข่ต้มจึงต้องเก็บในตู้เย็นหากยังไม่รับประทานทันที เพื่อชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อย่างไรก็ตาม Cofact Thailand ชี้ว่า ข้ออ้างที่ว่า "วางไข่ต้มไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง เชื้อโรคจะแทรกซึมเข้าไปได้ง่ายมาก" เป็นการกล่าวที่ค่อนข้างเหมารวม เพราะความปลอดภัยของไข่ต้มยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น ความสะอาดของมือและเครื่องมือในการปอกเปลือก วิธีการต้มให้ครบถ้วน การปอกเปลือกที่ถูกต้อง และอุณหภูมิในการจัดเก็บ
สรุป
ข้ออ้างโดยรวมว่าไข่ต้มเสียง่ายกว่าไข่ดิบนั้นถูกต้องตามข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการต้มทำให้ชั้นป้องกันของไข่เสียหาย ทำให้เข้าไขได้ง่ายต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม การบอกว่าเชื้อโรคจะแทรกซึมภายใน 2 ชั่วโมงแบบชัดเจนนั้นไม่แม่นยำ เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วย หากต้องการเก็บรักษาไข่ต้มให้ปลอดภัย ควรเก็บในตู้เย็นภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสม ล้างมือให้สะอาด และปอกเปลือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง เพื่อลดโอกาสการปนเปื้อนเชื้อโรค
ข้อมูลอ้างอิงจาก Cofact Thailand แพลตฟอร์มตรวจสอบข่าวลือโดยภาคประชาชน
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน