เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

รัฐบาลเตรียมบังคับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียพิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณา มีผลพฤศจิกายน 2569
ข่าวที่แพร่กระจาย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่า รัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการ 'No ID, No Ads' ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่รับค่าบริการโฆษณาในประเทศไทยต้องพิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณาทุกรายก่อนเผยแพร่ ครอบคลุมทั้งผู้ชำระค่าโฆษณาและผู้มีบทบาทในการนำเสนอโฆษณา รวมถึงกรณีใช้เอเจนซีหรือบุคคลรับจ้างบูสต์โพสต์แทน แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาไม่น้อยกว่า 90 วันหลังสิ้นสุดการเผยแพร่ และ Meta ได้ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลนี้มาจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนทางการของรัฐบาล อ้างอิงประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายที่มีอยู่จริงภายใต้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) รายละเอียดหลักเกณฑ์มีความเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกัน ทั้งในส่วนวิธีพิสูจน์ตัวตน (ระดับ IAL2) ข้อยกเว้นกรณียืนยันตัวตนไม่เกิน 1 ปี และความแตกต่างระหว่างผู้ลงโฆษณาบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล ข้อควรระวังคือมาตรการนี้ยังไม่ได้บังคับใช้จริงในปัจจุบัน และการยืนยันตัวตนไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาโฆษณาหรือสินค้านั้นได้รับการรับรองจากภาครัฐ ดังที่รองโฆษกฯ ระบุไว้อย่างชัดเจน
สรุป
แม้มาตรการนี้จะช่วยลดช่องว่างให้มิจฉาชีพโฆษณาโดยไม่ระบุตัวตนได้ยากขึ้น แต่ประชาชนยังต้องระมัดระวังโฆษณาที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว เพราะไม่ใช่การรับรองความน่าเชื่อถือของสินค้าหรือบริการ ผู้ประกอบการและร้านค้าออนไลน์ควรเริ่มตรวจสอบสถานะบัญชีโฆษณาและเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนกับแพลตฟอร์มที่ใช้งานให้เสร็จก่อนกำหนด ส่วนประชาชนควรยังคงตรวจสอบข้อมูลผู้ขายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะโฆษณาที่ชักชวนให้โอนเงินหรือสัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน