เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจบุกจับชายวัย 29 ปี คดีบัญชีม้าโกงลงทุนบิทคอยน์ ความเสียหายรวมกว่า 1.8 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข่าวการจับกุมชายวัย 29 ปี ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนการฉ้อโกงและเปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้กระทำความผิด โดยขบวนการดังกล่าวใช้วิธีติดต่อเหยื่อผ่านแอปพลิเคชัน TikTok แล้วชักชวนให้คุยต่อทาง LINE จากนั้นแนะนำให้ลงทุนบิทคอยน์พร้อมอ้างผลตอบแทนสูง ช่วงแรกหลอกให้ได้กำไรจริงเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนปิดกั้นการถอนเงินโดยอ้างว่าต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อ 'แก้ระบบ' จนผู้เสียหายรายหนึ่งเสียเงินไป 369,000 บาท และเมื่อรวมความเสียหายจาก 2 คดีที่เชื่อมโยงกับบัญชีของผู้ต้องหา พบมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,868,000 บาท
ผลการตรวจสอบ
ข่าวนี้มาจากการแถลงข่าวของตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยระบุชื่อผู้บังคับบัญชาสายการบังคับบัญชาครบถ้วน ได้แก่ ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และผู้กำกับการ ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นการแถลงอย่างเป็นทางการ การจับกุมมีหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์รองรับ แสดงว่าผ่านกระบวนการยุติธรรมแล้วในชั้นหนึ่ง รูปแบบการหลอกลวงที่ปรากฏในข่าวตรงกับที่เรียกว่า 'Pig Butchering Scam' หรือการหลอกลงทุนคริปโทที่ให้กำไรช่วงแรกแล้วปิดทางถอนเงิน ซึ่งเป็นกลโกงที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตือนภัยมาอย่างต่อเนื่อง เส้นทางการเงินที่ตรวจสอบผ่านระบบ TPO พบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้าใน 2 คดี ผู้ต้องหายังคงปฏิเสธทุกข้อหาซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมาย และการพิสูจน์ความผิดจะดำเนินการต่อในชั้นพนักงานสอบสวนและอัยการ
สรุป
ผู้ที่หลงเชื่อกลโกงประเภทนี้มีความเสี่ยงสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากโดยไม่สามารถเรียกคืนได้ เนื่องจากเงินมักถูกแปลงผ่านบัญชีม้าหลายทอดและเคลื่อนย้ายออกนอกระบบอย่างรวดเร็ว หากพบบัญชีโซเชียลมีเดียแนะนำให้ลงทุนคริปโท โดยเฉพาะที่ติดต่อมาเองและสัญญาผลตอบแทนสูง ให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะการ 'ได้กำไรจริงในช่วงแรก' เป็นกลยุทธ์สร้างความเชื่อใจก่อนดึงเงินจำนวนมาก หากสงสัยหรือตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.com หรือโทรสายด่วน 1441
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน