เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กรรมการ กสทช. 3 คนชี้แจงประชุมนัดพิเศษชอบด้วยกฎหมาย ปฏิเสธสั่งลบเทป
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีรายงานและข้อโต้แย้งในพื้นที่สาธารณะว่า การที่กรรมการ กสทช. 6 คนจัดประชุมนัดพิเศษโดยไม่มีประธาน กสทช. (นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งยังมีข้อกล่าวหาว่ากรรมการ กสทช. กลุ่มนี้มีคำสั่งให้ลบเทปบันทึกการประชุม ซึ่งอาจกระทบความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือขององค์กร โดยข้อพิพาทนี้เกิดจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาที่ระบุว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง ทำให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คนดำเนินการประชุมต่อโดยไม่รอการชี้ขาดจากศาล
ผลการตรวจสอบ
กรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 โดยอ้างอิงกฎหมายที่ชัดเจน ได้แก่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 20 วรรคสาม ซึ่งกำหนดให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้หากมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน และข้อบังคับการประชุม กสทช. ข้อ 25-26 ที่กำหนดองค์ประชุมและเปิดช่องให้เลือกกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทนได้ ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องสั่งลบเทปนั้น กรรมการทั้งสามปฏิเสธโดยตรง โดยชี้ว่ามีการบันทึกทั้งลายลักษณ์อักษรและเสียงครบถ้วนตลอดการประชุม นอกจากนี้ยังระบุว่ารักษาการเลขาธิการ กสทช. (นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล) ปฏิเสธเข้าร่วมทำหน้าที่เลขานุการในที่ประชุมทุกครั้ง โดยอ้างว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ในห้องประชุมที่ นพ.สรณ กำหนดในวันและเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ เนื้อหาข่าวนี้รายงานคำชี้แจงของกรรมการฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ยังไม่ปรากฏคำตอบโต้จากอีกฝ่าย แต่ข้อเท็จจริงเรื่องการออกเอกสารชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและตรวจสอบได้
สรุป
ข้อพิพาทภายใน กสทช. ที่ยังไม่ได้รับการชี้ขาดจากศาลอาจส่งผลให้การดำเนินการขององค์กรกำกับดูแลสื่อและโทรคมนาคมเกิดความล่าช้า ซึ่งในที่สุดกระทบต่อการคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ กสทช. (nbtc.go.th) และคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เพื่อรับข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งสองฝ่ายก่อนตัดสินใจเชื่อคำชี้แจงใดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน