เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

นศ.แพทย์ เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอน-ส่งคนมารับเงินถึงบ้าน สูญ 11 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีรายงานจากเพจสายไหมต้องรอดว่า นักศึกษาแพทย์ระดับปริญญาเอกรายหนึ่ง (ใช้นามสมมติ) ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาอ้างว่ามีผู้นำชื่อของเขาไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ที่จังหวัดเลยเพื่อใช้หลอกลวงผู้อื่น จากนั้นโอนสายหาชายที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการแอดไลน์และวิดีโอคอลโชว์เครื่องแบบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่ทำตาม อนาคตการเรียนจะพังและพ่อแม่จะถูกจับ มิจฉาชีพยังสั่งให้โกหกครอบครัวว่าต้องการเงินไปเรียนต่อที่สวิตเซอร์แลนด์ ผลคือผู้เสียหายโอนเงิน 11 ครั้งไปยัง 6 บัญชี รวม 4.5 ล้านบาท และยังถูกส่งคนมารับเงินสดถึงที่พักอีก 3 วันติด รวมเงินสดอีก 6.5 ล้านบาท ความเสียหายรวมทั้งสิ้น 10,995,000 บาท
ผลการตรวจสอบ
รูปแบบการหลอกลวงที่ปรากฏในข่าวนี้ตรงกับกลวิธีคลาสสิกของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หน่วยงานป้องกันภัยไซเบอร์ของไทยเคยออกคำเตือนซ้ำหลายครั้ง ได้แก่ การอ้างว่าชื่อเหยื่อถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรม การปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและใช้วิดีโอคอลสร้างความน่าเชื่อถือ การข่มขู่ด้านชื่อเสียงและครอบครัว และการส่งคนรับเงินสดเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลที่ระบุในข่าวมีความเฉพาะเจาะจงสูง ทั้งวันที่เกิดเหตุ จำนวนบัญชีปลายทาง และยอดเงินแต่ละครั้ง บ่งชี้ว่ามาจากคำให้การของผู้เสียหายโดยตรง ผู้เสียหายได้แจ้งความที่ สน.พญาไท แล้ว และเพจสายไหมต้องรอดซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่รับเรื่องราวเดือดร้อนมายาวนาน ระบุจะประสานงานไปยัง พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผกก.สน.พญาไท ตามลำดับ ข้อที่ควรสังเกตเพิ่มเติมคือสายด่วน AOC 1441 แนะให้ผู้เสียหายโทรระงับบัญชีกับธนาคารเองแทนที่จะดำเนินการให้ทันที ซึ่งอาจทำให้การอายัดเงินล่าช้า
สรุป
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูญเสียเงินจำนวนมากในระยะเวลาสั้น เนื่องจากมิจฉาชีพใช้แรงกดดันด้านจิตใจและขัดขวางไม่ให้ปรึกษาครอบครัว หากได้รับโทรศัพท์จากผู้อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและขอให้โอนเงินหรือเตรียมเงินสด ให้วางสายทันทีและโทรยืนยันตรงกับสถานีตำรวจหรือหน่วยงานนั้นด้วยเบอร์ที่หาได้เองจากช่องทางทางการ ไม่ใช่เบอร์ที่โทรมา หน่วยงานรัฐจริงไม่มีนโยบายขอเงินทางโทรศัพท์หรือส่งคนมารับเงินสดถึงบ้าน หากสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อ ให้รีบแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีปลายทางและแจ้งตำรวจทันที เพราะยิ่งช้ายิ่งติดตามเงินคืนได้ยากขึ้น
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน