เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

สทนช. ประกาศพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขัง 29 ส.ค.–2 ก.ย. ครอบคลุมหลายจังหวัด
ข่าวที่แพร่กระจาย
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กทางการ ประกาศพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 โดยระบุว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ จังหวัดที่อยู่ในรายชื่อเสี่ยง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ พะเยา เพชรบูรณ์ ตาก พิษณุโลก หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ร้อยเอ็ด กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด รวมถึงแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักหลายสาย
ผลการตรวจสอบ
ประกาศดังกล่าวเผยแพร่โดย สทนช. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการและเตือนภัยสถานการณ์น้ำของประเทศ เนื้อหาอ้างอิงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งล้วนเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง รูปแบบและรายละเอียดของประกาศ รวมถึงการระบุพื้นที่เสี่ยงระดับอำเภอ สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติมาตรฐานที่ สทนช. ใช้ในการออกประกาศเตือนภัยในช่วงฤดูมรสุมทุกปี การวิเคราะห์สภาพอากาศที่กล่าวถึงหย่อมความกดอากาศต่ำและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ตามปกติในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นกันยายน ซึ่งเป็นช่วงพีคของฤดูฝนในประเทศไทย ไม่พบองค์ประกอบใดในเนื้อหาที่บ่งชี้ว่าข้อมูลถูกบิดเบือนหรือนำเสนอเกินจริง
สรุป
ผู้ที่อยู่ในจังหวัดที่ถูกระบุในประกาศควรติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและน้ำอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางทางการของ สทนช. กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายหลักและพื้นที่ต้นน้ำที่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่ม ควรเตรียมสิ่งของจำเป็นและแผนการอพยพไว้ล่วงหน้า หากฝนตกสะสมเกิน 90 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน