เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กทม. โอนเงินสมทบเยียวยาน้ำท่วมเข้าระบบธนาคารออมสินแล้ว คาดประชาชนรับได้บ่ายวันนี้
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข้อมูลว่ากรุงเทพมหานครไม่ได้รับการโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมพร้อมกับ 37 จังหวัดอื่น เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2569 ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ กทม. ที่ยื่นขอรับเงินเยียวยาผ่านแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' และเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ยังไม่ได้รับเงิน โดยมีคำขอเข้ามารวมแล้วกว่า 1 ล้านเคสผ่านแอปฯ ทางรัฐ และอีกเกือบ 150,000 เคสผ่านเว็บไซต์ ประชาชนส่วนหนึ่งตั้งคำถามถึงสาเหตุและกังวลว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือหรือไม่
ผลการตรวจสอบ
รองผู้ว่าราชการ กทม. ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า สาเหตุที่ กทม. ไม่อยู่ในรอบการโอนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 23 ต.ค. เป็นเพราะมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ กทม. เป็นจังหวัดเดียวที่ต้องสมทบงบประมาณของตนเองเข้าไปด้วย จึงต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติภายในเพิ่มเติม ซึ่งบัดนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นและโอนเงินสมทบเข้าระบบธนาคารออมสินแล้ว กทม. แบ่งการพิจารณาคำขอเป็น 3 กลุ่มตามสีเขียว-เหลือง-แดง โดยกลุ่มสีเหลืองมีประมาณ 600,000 เคสที่ต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม และกลุ่มสีแดงประมาณ 70,000-80,000 เคสที่ยังไม่เข้าเกณฑ์เบื้องต้น ทั้งนี้ยังพบกรณีการยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง เช่น ใช้ภาพถ่ายซ้ำกันหรือยื่นหลายคนในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่ง กทม. จะขอให้ยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม กำหนดรับคำขอถึงวันที่ 30 พ.ย. และตั้งเป้าดำเนินการทุกเคสให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.
สรุป
ประชาชนในพื้นที่ กทม. ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ไม่ต้องกังวลว่าสิทธิ์จะหายไป เนื่องจาก กทม. ยืนยันว่าระบบพร้อมแล้ว แนะนำให้รีบยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th ก่อนวันที่ 30 พ.ย. และยื่นเอกสารตามข้อเท็จจริง เพราะการแจ้งข้อมูลเท็จหรือแอบอ้างสิทธิ์อาจมีความผิดตามกฎหมาย หากได้รับแจ้งให้ยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมจาก กทม. ควรดำเนินการโดยเร็วเพื่อไม่ให้การพิจารณาล่าช้า
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน