การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสังคม/คุณภาพชีวิต
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

มาตรการใหม่เชื่อมข้อมูลใบสั่งจราจรกับกรมขนส่ง มีผลตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 31 ก.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง อ่าน 0

ข่าวที่แพร่กระจาย

มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า รัฐบาลไทยออกมาตรการใหม่เชื่อมระบบข้อมูลใบสั่งจราจรระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ที่มีใบสั่งจราจรค้างชำระจะไม่สามารถรับป้ายภาษีรถได้ มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบใหม่ที่ให้ประชาชนตรวจสอบและชำระค่าปรับได้ผ่านนายทะเบียนขนส่ง ข้อมูลนี้ถูกแชร์กันอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์

ผลการตรวจสอบ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ยืนยันมาตรการนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกได้ลงนามความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรแล้วจริง มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง คือ ผู้ที่มีใบสั่งค้างชำระ 'ยังสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้' แต่จะ 'ไม่ได้รับป้ายภาษีฉบับจริง' จนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน ซึ่งต่างจากที่หลายคนเข้าใจว่า 'ต่อภาษีไม่ได้' เลย กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 60-90 วันหลังออกใบสั่งก่อนที่ข้อมูลจะถูกส่งไปยังกรมขนส่ง มาตรการนี้ยังปรับให้สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลปกครองและหลักนิติธรรม โดยเพิ่มความโปร่งใสให้ประชาชนสามารถตรวจสอบหลักฐานใบสั่งของตนเองได้ก่อนชำระ รวมถึงสำเนาใบสั่ง สำเนาหนังสือแจ้งเตือน และหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ

สรุป

มาตรการนี้มีผลต่อเจ้าของรถที่มีใบสั่งจราจรค้างชำระโดยตรง หากไม่ทราบและปล่อยทิ้งไว้ จะไม่ได้รับป้ายภาษีซึ่งอาจทำให้ถูกตรวจสอบเพิ่มเติมบนท้องถนน แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบใบสั่งค้างชำระของตนเองผ่านระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดำเนินการชำระก่อนถึงกำหนดต่อภาษีรถ โดยมาตรการนี้ไม่มีผลย้อนหลัง จึงใช้บังคับเฉพาะใบสั่งที่ออกตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปเท่านั้น

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
31 ก.ค. 2569 03:02
ระบบตรวจพบข่าวถูกแชร์เป็นวงกว้าง
31 ก.ค. 2569 03:03
เริ่มตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
31 ก.ค. 2569 03:04
พบข้อมูลจาก 1 แหล่งอ้างอิง
31 ก.ค. 2569 03:05
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์)
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่วน คลิป มทบ.26 จับสายข่าวกัมพูชา
ข่าวปลอม·2 ชม.·Anti Fake News Centerสังคม/คุณภาพชีวิต
ชายบกพร่องทางจิตขโมยรถบรรทุกขับกว่า 40 กม. ก่อนพุ่งชนรถพ่วงสองคันในชุมพร
ข่าวจริง·3 ชม.·Khaosod Englishสังคม/คุณภาพชีวิต
เลอโนโวชี้ 92% ขององค์กรที่ใช้ Agentic AI มีค่าใช้จ่ายเกินงบ พร้อมแนะแนวทางควบคุมต้นทุน
ข่าวจริง·3 ชม.·กรุงเทพธุรกิจสังคม/คุณภาพชีวิต
บทความ Kospi พุ่ง 16% มีข้อมูลตัวเลขดัชนีคลาดเคลื่อน ระบุจุดสูงสุด '9,000 จุด' ผิดความเป็นจริง
บิดเบือน·3 ชม.·กรุงเทพธุรกิจสังคม/คุณภาพชีวิต
มท.3 สั่ง ปภ. เกาะติดพายุฝน เตรียมพร้อมช่วยประชาชน 24 ชม. หลังน้ำป่าหลาก 3 จังหวัดภาคเหนือ
ข่าวจริง·3 ชม.·สำนักข่าวสังคม/คุณภาพชีวิต
ธนาคารกรุงเทพแจ้งเตือนลูกค้าผ่านโมบายแบงก์กิ้ง หลังข้อมูล TSD รั่วไหล พร้อมส่ง Account Statement ตรวจสอบ
ข่าวจริง·3 ชม.·กรุงเทพธุรกิจสังคม/คุณภาพชีวิต