เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจไซเบอร์จับแก๊งบัญชีม้า เชื่อมคดีหลอกเทรดหุ้นน้ำมันปลอม ผู้เสียหายสูญ 2.4 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข่าวรายงานว่า ข้าราชการครูหญิงรายหนึ่งตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่โฆษณาการเทรดหุ้นน้ำมันผ่าน TikTok โดยถูกชักชวนเข้ากลุ่ม LINE และได้รับคำแนะนำการลงทุนจาก 'ครูผู้สอน' มิจฉาชีพใช้กลยุทธ์ปล่อยให้ถอนกำไรได้จริงในช่วงแรก (ครั้งแรก 1,500 บาท ครั้งที่สอง 13,500 บาท) เพื่อสร้างความเชื่อใจ ก่อนจะปิดกั้นไม่ให้ถอนเงินในที่สุด รวมมูลค่าความเสียหาย 2,450,000 บาท นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับเป็นเจ้าของบัญชีที่รับค่าจ้าง 1% จากยอดเงินโอน เพื่อรับเงินจากเหยื่อแล้วถอนสดนำไปวางตามจุดที่ได้รับคำสั่ง
ผลการตรวจสอบ
เนื้อหาข่าวมีรายละเอียดที่ตรวจสอบได้หลายจุด ได้แก่ หมายเลขหมายจับจากศาลจังหวัดร้อยเอ็ด (จ.428/2569 และ จ.426/2569) ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ชื่อ-ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับ พ.ต.อ. และ พ.ต.ท. ของ บก.สอท.3 พื้นที่จับกุมในจังหวัดหนองคายและอุดรธานี ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะเจาะจงที่ไม่น่าถูกแต่งขึ้นโดยไม่มีมูล รูปแบบการหลอกลวง (pig butchering scam) ที่บรรยายในข่าวสอดคล้องกับคดีหลอกลงทุนออนไลน์ที่ตำรวจไซเบอร์รายงานเป็นประจำ กฎหมายที่อ้างถึง คือ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้จริง และบทลงโทษที่ระบุ (จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท) ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด แม้บทความจะไม่มี URL แหล่งที่มาปรากฏโดยตรง แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้มีความสอดคล้องกันและน่าเชื่อถือ
สรุป
ผู้ที่หลงเชื่อลงทุนในลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูญเงินทั้งหมดโดยไม่สามารถเรียกคืนได้ เนื่องจากไม่มีสินทรัพย์หรือแพลตฟอร์มที่ถูกกฎหมายรองรับ นอกจากนี้ ผู้ที่รับเช่าบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นใช้ แม้ไม่ได้หลอกใครโดยตรง ก็มีความผิดตามกฎหมายและอาจถูกดำเนินคดีพร้อมถูกอายัดบัญชีด้วย หากพบเนื้อหาชักชวนลงทุนบน TikTok หรือ LINE ที่อ้างกำไรสูงผิดปกติ ควรตรวจสอบใบอนุญาตผู้ประกอบการกับสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง และสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน