เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจพบน้ำยาพอตผสมเมทแอมเฟตามีนและเอโทมิเดต เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแชร์ข่าวและคำเตือนจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ห้องปฏิบัติการของสำนักยาและวัตถุเสพติดได้รับตัวอย่างน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหรือ 'พอต' ที่มีลักษณะเป็นของเหลวใสสีส้ม และตรวจพบว่ามีการผสมสารเสพติด 2 ชนิดเข้าด้วยกัน ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) และเอโทมิเดต (ยาสลบ) ซึ่งถูกเรียกรวมกันในชื่อ 'พอตซอมบี้' โดยอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่านี่คือการตรวจพบครั้งแรกในประเทศไทย และเตือนว่าการสูดดมน้ำยาประเภทนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้ทันที
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลนี้มาจากการแถลงของ ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการตรวจพิสูจน์สารเสพติดและสารเคมีทางการแพทย์ในประเทศไทย คำอธิบายทางเภสัชวิทยาที่ระบุว่าเอโทมิเดตเป็นยาที่กดระบบประสาทส่วนกลางและการหายใจ ในขณะที่เมทแอมเฟตามีนกระตุ้นระบบหัวใจและหลอดเลือด มีความสอดคล้องกับหลักการทางการแพทย์ การรับสารสองตัวที่ออกฤทธิ์ขัดแย้งกันพร้อมกันผ่านการสูดดมย่อมก่อให้เกิดความเครียดต่อระบบไหลเวียนโลหิตและอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้จริงตามที่ระบุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังระบุว่าได้ส่งรายงานไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคงและสาธารณสุขเพื่อดำเนินการเฝ้าระวังต่อแล้ว ทั้งนี้ แม้ไม่สามารถเข้าถึงเอกสารรายงานต้นฉบับโดยตรงได้จากเนื้อหาที่ให้มา แต่ลักษณะของข้อมูลและผู้ให้ข้อมูลอยู่ในระดับที่น่าเชื่อถือและสมเหตุสมผล
สรุป
ผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตมีความเสี่ยงที่จะได้รับสารผสมอันตรายโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีทางระบุส่วนผสมในน้ำยาได้ด้วยตาเปล่า ผลที่อาจตามมาคือภาวะหัวใจวายเฉียบพลันหรือเสียชีวิต ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือจำหน่ายนอกช่องทางถูกกฎหมาย และหากพบเห็นผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสายด่วน ป.ป.ส. ได้ทันที
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน