เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ชี้ 5 ปัจจัยทำไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ลามเร็วใน 1 ชั่วโมง
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีรายงานว่านายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารคลองถมเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ใช้เวลาควบคุมนานกว่า 8 ชั่วโมง มีผู้บาดเจ็บ 11 คน โดยผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งข้อสังเกตถึง 5 ปัจจัยที่ทำให้เพลิงลุกลามได้รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง ได้แก่ ปริมาณเชื้อเพลิงสะสมในอาคาร การแบ่งพื้นที่เป็นร้านค้าจำนวนมาก โครงสร้างเหล็กที่อ่อนแอเมื่อถูกความร้อน ระบบดับเพลิงที่อาจไม่เพียงพอ และประสิทธิภาพของระบบน้ำดับเพลิง ข่าวนี้ถูกแชร์อย่างกว้างขวางผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย
ผลการตรวจสอบ
เหตุการณ์ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เป็นเหตุการณ์จริงที่ได้รับการยืนยันจากหลายสำนักข่าวและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งระบุด้วยว่าไฟลามเร็วและเป็นห่วงโครงสร้าง การวิเคราะห์ 5 ปัจจัยของนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยมีความสอดคล้องกับหลักการวิศวกรรมที่ยอมรับกันทั่วไป โดยเฉพาะพฤติกรรมของโครงสร้างเหล็กเมื่อได้รับความร้อนสูงซึ่งเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลเรื่องขนาดพื้นที่ประมาณ 13,000 ตารางเมตรซึ่งเข้าข่ายอาคารขนาดใหญ่พิเศษที่ต้องมีระบบสปริงเกอร์ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ก็เป็นข้อกำหนดที่บังคับใช้จริงในประเทศไทย ผู้ให้ข้อมูลระบุตัวตนและตำแหน่งชัดเจน พร้อมระมัดระวังไม่ตัดสินความรับผิดชอบของฝ่ายใดก่อนมีการตรวจสอบครบถ้วน ถือเป็นรายงานจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความน่าเชื่อถือ
สรุป
ผู้ที่ประกอบการหรือเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ควรตระหนักว่าการละเลยระบบความปลอดภัยอาคาร เช่น สปริงเกอร์ ระบบปั๊มน้ำ และการป้องกันไฟในโครงสร้างเหล็ก อาจนำไปสู่ความสูญเสียรุนแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนที่เป็นผู้เช่าหรือผู้ประกอบการในอาคารตลาดเก่าควรสังเกตว่าอาคารมีทางหนีไฟที่ใช้งานได้จริง มีสัญญาณเตือนไฟไหม้ และระบบสปริงเกอร์ที่บำรุงรักษาสม่ำเสมอหรือไม่ และสามารถร้องเรียนหรือขอข้อมูลด้านความปลอดภัยอาคารได้ที่สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครหรือกรมโยธาธิการและผังเมือง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน