เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจไซเบอร์บุกจับเอเย่นต์บัญชีม้า หจก. พบเชื่อมโยง 27 คดี มีนายทุนจีนหนุนหลัง
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข่าวรายงานว่าตำรวจไซเบอร์สามารถจับกุมหญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นเอเย่นต์บัญชีม้านิติบุคคลรายใหญ่ในย่านภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร โดยมีจุดเริ่มต้นจากเหตุที่เจ้าของธุรกิจแผงโซลาร์เซลล์ใน จ.จันทบุรี ถูกหลอกให้โอนเงินกว่า 700,000 บาท เพื่อซื้อลวดหนามหีบเพลงส่งค่ายทหาร แต่กลับไม่ได้รับสินค้าและติดต่อผู้ขายไม่ได้ เงินถูกโอนเข้าบัญชีนิติบุคคลประเภท หจก. ที่ไม่ได้ทำธุรกิจจริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบัญชีม้าที่เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงทั่วประเทศรวม 27 คดี และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่ได้แจ้งความ
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลในข่าวอ้างอิงจากปฏิบัติการของกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) โดยระบุชื่อและตำแหน่งเจ้าหน้าที่หลายระดับชัดเจน ตั้งแต่ระดับ ผบช. จนถึงระดับ สว. รวมถึงอ้างอิงเลขที่หมายค้นศาลอาญาธนบุรีที่ 214/2569 และหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรีที่ 155/2569 ลงวันที่ 13 ส.ค. 2569 ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงสูงและตรวจสอบได้ในเชิงหลักการ ผู้ต้องหายอมรับในชั้นจับกุมว่าจดทะเบียน หจก. เพื่อเปิดบัญชีขาย และต่อมาขยับเป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้าให้ผู้อื่น โดยมีนายทุนชาวจีนที่ติดต่อผ่านไลน์และเทเลแกรมเสนอค่าตอบแทนสูง 80,000-150,000 บาทต่อบัญชี รูปแบบนี้สอดคล้องกับรายงานของตำรวจไซเบอร์เกี่ยวกับขบวนการบัญชีม้าในลักษณะเดียวกันที่เปิดเผยมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เนื้อหาต้นทางไม่ได้ระบุสำนักข่าวหรือ URL ต้นทางที่ชัดเจน ทำให้ไม่อาจตรวจสอบข้ามแหล่งได้ครบถ้วน
สรุป
ผู้ที่ถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีนิติบุคคล หจก. โดยอ้างว่าเป็นการซื้อสินค้ามูลค่าสูง มีความเสี่ยงสูญเสียเงินโดยไม่ได้รับสินค้าและติดต่อผู้ขายไม่ได้อีกเลย ควรระวังลูกค้าที่ติดต่อผ่านไลน์แล้วขอให้ช่วยซื้อของแทนหรือโอนเงินล่วงหน้า โดยเฉพาะเมื่อบัญชีปลายทางเป็นชื่อ หจก. ที่ไม่มีประวัติการค้าขาย หากตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่หรือแจ้งผ่านสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน