เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

เครือซีพีออกแถลงการณ์ชี้แจงปมกะเพรา 4 สายพันธุ์ ยันซีพีแรมเป็นผู้จดทะเบียน ไม่กระทบสิทธิเกษตรกร
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแพร่กระจายข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และประธานอาวุโสได้จดทะเบียนสิทธิ์ในพืชกะเพราจำนวน 4 สายพันธุ์ โดยข้อมูลที่แชร์กันทำให้เข้าใจว่าซีพีผูกขาดสิทธิ์กะเพราทั้งประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรและชาวบ้านไม่สามารถปลูกหรือซื้อขายกะเพราได้เองโดยไม่ขออนุญาตจากซีพีก่อน ข้อมูลดังกล่าวแพร่หลายจนก่อให้เกิดความกังวลในหมู่เกษตรกรและผู้บริโภคในวงกว้าง
ผลการตรวจสอบ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการชี้แจงว่า ผู้ดำเนินการวิจัย พัฒนา และยื่นคำขอคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ทั้ง 4 สายพันธุ์คือบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยภายใต้ CP ALL ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีโครงสร้างบริหารและกระบวนการตัดสินใจเป็นอิสระตามหลักธรรมาภิบาล โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะผู้ถือหุ้นไม่มีอำนาจสั่งการในการดำเนินธุรกิจประจำวัน หลักการสำคัญตามกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชของไทยคือ การจดทะเบียน 'พันธุ์พืชใหม่' จะมีผลคุ้มครองเฉพาะสายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เท่านั้น ไม่ครอบคลุมพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งกะเพรามีมากกว่า 300 สายพันธุ์ที่เกษตรกรยังคงมีสิทธิเพาะปลูกและใช้ประโยชน์ได้ตามเดิม ดังนั้นข้อมูลที่แพร่ในโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าซีพีจะผูกขาดกะเพราทั้งประเทศจึงเป็นการตีความที่คลาดเคลื่อนและเกินจริงไปจากข้อเท็จจริงทางกฎหมาย
สรุป
ผู้ที่เชื่อข้อมูลที่แพร่กระจายอาจเกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเพาะปลูกของเกษตรกรหรือพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค ทั้งที่ในทางกฎหมายสิทธิ์ดั้งเดิมของเกษตรกรในการปลูกกะเพราพันธุ์อื่นๆ ยังคงอยู่ครบถ้วน หากพบข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์พันธุ์พืชที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบโดยตรงกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชตามกฎหมาย
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน