การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสังคม/คุณภาพชีวิต
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

เปิดแผนแก๊งคอลฯ พุ่งเป้านักเรียนนักศึกษา บุกช่วย 1 หลอกโอน 4 แสน

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 3 ก.ย. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

มีการเผยแพร่ข้อมูลจากชุดสืบนครบาลว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 09.45 น. มิจฉาชีพได้โทรหานักศึกษารายหนึ่งโดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่าเบอร์โทรศัพท์ของเหยื่อถูกนำไปใช้กระทำผิดกฎหมาย จากนั้นโอนสายไปยังผู้อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน บังคับให้เหยื่อย้ายออกจากที่พักไปพักโรงแรม เปิดวิดีโอคอลทิ้งไว้เพื่อควบคุมพฤติกรรม และเมื่อเหยื่อแจ้งว่าไม่มีเงิน แก๊งก็สั่งให้เขียนสคริปต์หลอกผู้ปกครองว่าได้รับทุนแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศ 3 เดือน โดยต้องโอนเงินเพื่อ "เดินสเตทเมนต์" ก่อน ความเสียหายรวมกว่า 400,000 บาท

ผลการตรวจสอบ

รูปแบบการหลอกลวงที่ปรากฏในข่าวนี้ตรงกับวิธีการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตำรวจไทยเคยเปิดเผยและเตือนประชาชนซ้ำหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการอ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทโทรคมนาคม การโอนสายไปยังผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ การควบคุมพฤติกรรมเหยื่อผ่านวิดีโอคอลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการกักตัดขาดจากครอบครัว ข้อมูลเฉพาะเจาะจงของคดีเช่น วัน เวลา พื้นที่ และมูลค่าความเสียหายมีความสมเหตุสมผล เนื้อหาเตือนภัยท้ายข่าวสอดคล้องกับแนวทางที่หน่วยงานตำรวจและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) เผยแพร่ไว้ จุดที่ควรสังเกตเพิ่มเติมคือ ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์มุ่งเป้าไปยังกลุ่มนักศึกษาซึ่งมักไม่คุ้นชินกับกระบวนการตรวจสอบและอยู่ห่างไกลจากผู้ปกครอง ทำให้หลงเชื่อได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น

สรุป

หากหลงเชื่อการหลอกลวงในลักษณะนี้ ผู้เสียหายอาจสูญเสียเงินหลักแสนถึงหลักล้านบาท และอาจตกเป็นเครื่องมือในการหลอกบุคคลใกล้ชิดให้โอนเงินเพิ่มอีกด้วย หากได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าบัญชีหรือเบอร์โทรศัพท์ของตนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ให้วางสายทันทีและโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบและผิดกฎหมาย สายด่วน 1207 หรือสายด่วนตำรวจ 191 และไม่มีหน่วยงานราชการใดที่ขอให้ประชาชนโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
3 ก.ย. 2569 08:15
ระบบตรวจพบข่าวถูกแชร์เป็นวงกว้าง
3 ก.ย. 2569 08:16
เริ่มตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
3 ก.ย. 2569 08:17
พบข้อมูลจาก 1 แหล่งอ้างอิง
3 ก.ย. 2569 08:18
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
ชุดสืบนครบาล (กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพอาสาผลักดันช้างป่าที่ดงใหญ่ถูกเสนอว่าปฏิบัติอย่างไร้เมตตา
บิดเบือน·6 ชม.·สื่อสังคมออนไลน์สังคม/คุณภาพชีวิต
แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นตำรวจหลอกเหยื่อวัย 19 ปีสูญเงินกว่า 8.5 แสนบาท สืบนครบาลเร่งแกะรอยขบวนการ
ข่าวจริง·8 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
กมธ.กิจการเด็กฯ รับเรื่องร้องเรียนกรณีผู้หญิงเสียชีวิตหลังคลอดในโรงพยาบาลลำพูน
ข่าวจริง·10 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต
กรมอุตุฯ บุรีรัมย์ ยืนยันเหตุสั่นสะเทือนที่อาคารเทศบาลนครไม่ใช่แผ่นดินไหว ชี้อาจเกิดจากโพรงน้ำใต้ดินหรือดินเลนเคลื่อนตัว
ข่าวจริง·10 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
เนปาลเร่งติดตั้งระบบเตือนภัยชายแดนจีนหลังน้ำท่วมธารน้ำแข็งคร่าชีวิตกว่า 1,200 ราย
ข่าวจริง·11 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต
บุรีรัมย์รับรู้แรงสั่นสะเทือนปริศนา 3 รอบ กรมอุตุฯ ยืนยันไม่ใช่แผ่นดินไหว ยังหาสาเหตุต่อ
ข่าวจริง·11 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต