เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับนักศึกษาหลอกผู้ปกครอง ขับรถรับเงินสดถึงหน้าคอนโดฯ เสียหาย 2.6 ล้าน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแพร่กระจายรายงานและคำแถลงของนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ระบุว่าผู้ปกครองนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพร้องเรียนกรณีบุตรสาวถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหาและอ้างว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีหมายจับ จากนั้นคนร้ายบังคับให้นักศึกษาใช้บัญชีไลน์ที่ตั้งชื่อและรูปโปรไฟล์เป็นอาจารย์จริงเพื่อติดต่อผู้ปกครอง แจ้งว่าบุตรสาวได้รับทุนไปเรียนต่อที่เยอรมนีและต้องการเงินทำวีซ่า-แสดงหลักฐานการเงิน มีการปลอมตัวเป็นกงสุลร่วมด้วย ผู้ปกครองถึงขั้นหยิบยืมเงินจากเพื่อนและเพื่อนร่วมงานก่อนโอนให้ รวมเสียหายประมาณ 2.6 ล้านบาท และคนร้ายยังขับรถมารับเงินสดถึงหน้าคอนโดมิเนียมของนักศึกษาถึง 2 ครั้ง
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลนี้มาจากการแถลงต่อสื่อมวลชนของนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะและมีหน้าที่กำกับดูแลด้านตำรวจโดยตรง โดยอ้างอิงเรื่องร้องเรียนที่ได้รับมาจากผู้ปกครองจริง และมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 2 ราย ณ วันที่ 16 ส.ค. 2569 รูปแบบการหลอกลวงที่บรรยายในข่าวสอดคล้องกับรายงานที่พบในหลายกรณีก่อนหน้า ทั้งการอ้างบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การสร้างความหวาดกลัว และการปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่มีพัฒนาการใหม่คือการบังคับให้เหยื่อกลายเป็นตัวกลางหลอกลวงผู้ปกครองของตนเองโดยสวมรอยเป็นอาจารย์ผ่านบัญชีไลน์ รวมถึงการที่คนร้ายเดินทางมารับเงินสดถึงสถานที่ ซึ่งบ่งชี้ถึงความกล้าหน้าและเชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกจับ ไม่พบข้อมูลที่ขัดแย้งหรือข้อบ่งชี้ว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริง เนื้อหาทั้งหมดเป็นการรายงานคำแถลงสาธารณะของ สส. ต่อสื่อมวลชน
สรุป
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อหรือเชื่อตามกลโกงลักษณะนี้อาจสูญเสียเงินจำนวนมากโดยไม่มีหลักประกันว่าจะได้คืน และอาจต้องแบกรับภาระหนี้สินจากการหยิบยืมคนอื่นมาให้คนร้ายไปเสียก่อน ขอแนะนำให้ทุกครอบครัวพูดคุยกันล่วงหน้าถึงรูปแบบการหลอกลวงนี้ และตั้งรหัสลับหรือคำถามยืนยันตัวตนสำหรับใช้เมื่อลูกหลานติดต่อขอเงิน หากได้รับการติดต่อลักษณะดังกล่าวให้โทรยืนยันตรงกับเบอร์เดิมของลูกหลานทันที และแจ้งความที่สถานีตำรวจหรือแจ้งผ่านสายด่วน บก.ปอท. 1441
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน