เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ธปท. เผย NPL กลุ่ม SME พุ่งแตะ 9.5% สูงกว่ารายใหญ่ถึง 6 เท่า ชี้สินเชื่อติดลบ 15 ไตรมาสต่อเนื่อง
ข่าวที่แพร่กระจาย
บทความจากกรุงเทพธุรกิจรายงานการให้สัมภาษณ์พิเศษของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยระบุว่าอัตราหนี้เสียของกลุ่ม SME ปัจจุบันอยู่ที่ 9.5% ซึ่งสูงกว่าลูกค้ารายใหญ่ที่มี NPL เพียง 1.5% อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ NPL ของระบบธนาคารโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 2.85% มาอยู่ที่ 2.97% ในเดือนพฤษภาคม 2569 นอกจากนี้ยังระบุว่าสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่องมาแล้ว 15 ไตรมาส ซึ่งยิ่งซ้ำเติมข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายเล็ก ส่งผลกระทบเป็นวงจรต่อการจ้างงาน รายได้ประชาชน และการบริโภคภายในประเทศในภาพรวม
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลในบทความนี้มาจากการให้สัมภาษณ์โดยตรงของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยกับกรุงเทพธุรกิจ ซึ่งเป็นสื่อเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือ ตัวเลข NPL ที่ระบุในบทความสอดคล้องกับทิศทางที่ธปท. เคยเปิดเผยในรายงานเสถียรภาพระบบการเงินและการแถลงข่าวก่อนหน้า ความแตกต่างระหว่าง NPL ของ SME (9.5%) และรายใหญ่ (1.5%) เป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนโครงสร้างของตลาดสินเชื่อไทย ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้รุนแรงกว่า การที่สินเชื่อ SME ติดลบ 15 ไตรมาสติดต่อกันยังสอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยกู้หลังจากหนี้เสียพุ่งขึ้น ตัวเลขการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2569 ที่ 2.3% ก็สอดคล้องกับการปรับประมาณการของหน่วยงานต่าง ๆ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เนื้อหาบทความนี้จึงไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือตัดบริบทแต่อย่างใด
สรุป
ผู้ประกอบการ SME และบุคคลทั่วไปที่มีธุรกิจหรือทรัพย์สินผูกกับสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กควรติดตามสถานการณ์ NPL และมาตรการของธปท. อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแนวโน้มหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อใหม่ในอนาคต ผู้ที่สนใจมาตรการ Credit Boost หรือโครงการพักทรัพย์พักหนี้สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของธนาคารแห่งประเทศไทย (bot.or.th) หรือติดต่อธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บริการอยู่โดยตรง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน