เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งเป้าขยายสินเชื่อ SME เพิ่ม 1.3 แสนล้านบาทภายในสิ้นปีหน้า
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข่าวรายงานคำกล่าวของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย วิทัย รัตนากร ในงานสัมมนาระดับภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าสินเชื่อภาคธุรกิจโดยรวมกลับมาเติบโตแล้ว นำโดยสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น 4.8% ส่วนสินเชื่อ SME ยังคงหดตัวอยู่ ธนาคารกลางจึงดำเนินสองโครงการคือ SME Credit Boost ซึ่งปล่อยกู้ไปแล้วราว 50,000 ล้านบาทผ่านกลไกค้ำประกันสินเชื่อ และ SME Secured Plus ที่ผ่อนปรนเงื่อนไขหลักประกัน โดยตั้งเป้าหมายว่าทั้งสองโครงการจะช่วยเพิ่มสินเชื่อ SME รวม 130,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีหน้า นอกจากนี้ยังปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 2569 จาก 1.5% เป็น 2.3%
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลในข่าวสอดคล้องกับนโยบายและตัวเลขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ โครงการ SME Credit Boost และ SME Secured Plus เป็นโครงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศใช้จริง โดยมีกลไกค้ำประกันสินเชื่อผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และการผ่อนปรนหลักประกันตามลำดับ ตัวเลขรายได้ครัวเรือนภาคอีสานที่ราว 100,000 บาทต่อปี เทียบกับค่าเฉลี่ยทั้งประเทศที่ประมาณ 260,000 บาทต่อปี สอดคล้องกับข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติและรายงานเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงก่อนหน้า อัตรา NPL ภาคอีสานที่ประมาณ 10% เทียบกับ NPL ระบบธนาคารพาณิชย์รวมที่ประมาณ 3% ก็สอดคล้องกับข้อมูลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยระบุในรายงานเสถียรภาพระบบการเงิน ข่าวนี้มีลักษณะเป็นการรายงานสรุปคำแถลงนโยบายอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการบิดเบือนหรือเพิ่มเติมเนื้อหาที่ผิดพลาด
สรุป
ข้อมูลในข่าวนี้มีความน่าเชื่อถือสูงและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะในภาคอีสาน ที่ต้องการทราบช่องทางเข้าถึงสินเชื่อ ผู้ประกอบการ SME ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ SME Credit Boost และ SME Secured Plus ได้จากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย (bot.or.th) และสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขการกู้ยืมและคุณสมบัติของกิจการกับธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน