เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ข้อมูลบิดเบือน: “ถ้าไม่โอนเงินสมทบ 200 ล้าน” จะไม่จ่ายเงินเยียวยาให้คน กทม. จริงหรือ?
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อความที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์มาจากการโพสต์เฟซบุ๊กของ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ระบุว่ากรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดเดียวที่ถูกบีบให้ต้องควักงบประมาณสมทบเงินเยียวยาน้ำท่วมสูงถึง 200 ล้านบาท และหากกทม. ไม่ยอมสมทบเงินจำนวนนี้ รัฐบาลจะไม่จ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปในช่วงที่ประชาชนจำนวนมากกำลังรอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมอย่างใจจดใจจ่อ สร้างความกังวลและความไม่พอใจต่อรัฐบาลเป็นวงกว้าง
ผลการตรวจสอบ
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่าไม่มีการบีบบังคับหรือกักเงินเยียวยาแต่อย่างใด การที่กทม. ต้องสมทบเงิน 200 ล้านบาทเป็นไปตามระเบียบสำนักงบประมาณที่กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีฐานะทางการคลังเข้มแข็งต้องร่วมสมทบ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเดียวกับที่ อบต. และเทศบาลทั่วประเทศดำเนินการตามฐานะทางการเงิน ทั้งนี้ มติดังกล่าวเกิดขึ้นจากที่ประชุมร่วมซึ่งมีทั้งนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยพิจารณาจากจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบในกทม. สูงถึงราว 300,000 ครัวเรือน ด้านรองผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่ากทม. ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับปภ. สาเหตุที่กทม. ไม่อยู่ในกลุ่ม 37 จังหวัดแรกที่ได้รับการโอนเงินเป็นเพราะต้องผ่านขั้นตอนเอกสารเพิ่มเติม ไม่ใช่การกักเงิน ปัจจุบันกทม. ได้อนุมัติและโอนเงินสมทบ 200 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว และปภ. ได้ส่งต่อให้ธนาคารออมสินโอนเงินให้ผู้ประสบภัยใน 55,176 ครัวเรือน รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาทแล้ว ข้อความของ สส. จึงมีความจริงบางส่วนในเรื่องยอดเงิน แต่การอธิบายว่าเป็น 'การบีบบังคับ' และ 'กักเงิน' เป็นการตีความที่บิดเบือนบริบทและกระบวนการที่เกิดขึ้นจริง
สรุป
ผู้ที่ได้รับข้อมูลนี้และตัดสินใจโดยขาดบริบทอาจเกิดความไม่ไว้วางใจในกระบวนการรับเงินเยียวยาโดยไม่จำเป็น หรืออาจตีความว่าตนเองจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครที่รอรับเงินเยียวยาสามารถติดตามความคืบหน้าได้ผ่านช่องทางทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสำนักงานเขตในพื้นที่ของตน โดยกทม. ได้แจ้งว่ากำลังเร่งประเมินความเสียหายจากคำร้องออนไลน์กว่า 100,000 เคส เพื่อให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน