เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

สทนช. ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก 14 จังหวัดภาคใต้ ช่วง 26-29 ต.ค.
ข่าวที่แพร่กระจาย
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 เตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ครอบคลุมตั้งแต่ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม 2569 โดยระบุถึงความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง นอกจากนี้ยังมีการเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ รวมถึงระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาหลายแห่งทั่วภาคใต้
ผลการตรวจสอบ
ประกาศนี้ออกโดย สทนช. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและออกประกาศเตือนภัย เนื้อหาอ้างอิงข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่เชี่ยวชาญ ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา (คาดการณ์สภาพอากาศ) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (วิเคราะห์ฝนคาดการณ์) กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี (พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม) ลักษณะสภาพอากาศที่ระบุ ได้แก่ ความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ปกคลุมและร่องมรสุมกำลังแรงในช่วงปลายตุลาคม ตรงกับรูปแบบอากาศที่มักเกิดในภาคใต้ฝั่งตะวันออกในช่วงฤดูฝนปลายปี รูปแบบประกาศ ระดับการแจ้งเตือน และคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่ให้ไว้ สอดคล้องกับมาตรฐานการออกประกาศของ สทนช. ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ข้อมูลครบถ้วนและสมเหตุสมผล ไม่พบส่วนที่บิดเบือนหรือขัดแย้ง
สรุป
ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ที่ระบุ โดยเฉพาะบริเวณต้นน้ำ ที่ลุ่มต่ำ และชุมชนริมแม่น้ำ ควรติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดตลอดช่วง 26-29 ตุลาคม หากพื้นที่อยู่อาศัยเคยประสบน้ำท่วมมาก่อน ควรเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและจัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า สามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ สทนช. (thaiwater.net) หรือแอปพลิเคชัน Thai Water และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างเป็นทางการ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน