เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ข้อมูลบิดเบือน: 3 ภาชนะยอดฮิต กล่องโฟม จานชามเมลามีน และพลาสติก PVC เจอของร้อน-เปรี้ยว ปล่อยสารก่อมะเร็งทันที
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข่าวที่แพร่กระจายอ้างว่า ภาชนะ 3 ชนิด ได้แก่ กล่องโฟม จานชามเมลามีน และฟิล์มพลาสติก PVC จะปล่อยสารก่อมะเร็งออกมาทันทีเมื่อสัมผัสอาหารร้อนหรือเปรี้ยว โดยสารเหล่านี้ถูกเสนอในเนื้อหาว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพคนที่บริโภคอาหารในภาชนะเหล่านี้
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข่าวนี้มีข้อมูลจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยแยกเป็นรายละเอียดดังนี้ สำหรับกล่องโฟม หากสัมผัสอาหารร้อนจัดอาจมีการหลอมละลายและมีสารสไตรีนปนเปื้อนในอาหาร ซึ่ง IARC (หน่วยงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ) จัดให้สารนี้เป็นสารที่มีข้อบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นสารก่อมะเร็ง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทันทีทุกครั้ง สำหรับจานชามเมลามีน ปัจจุบันมีปัญหาลักลอบใช้ยูเรียแทนเมลามีนเพราะราคาถูกกว่า จึงเกิดเป็น "เมลามีนปลอม" (ยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์) เมื่อใช้กับอาหารร้อนจัดหรือกรดเป็นเวลานาน ยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์จะปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ในปริมาณสูงกว่า ซึ่ง IARC จัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ควรเลือกภาชนะเมลามีนที่มีเครื่องหมาย มอก. และใช้อย่างถูกวิธี สำหรับฟิล์มพลาสติก PVC บางชนิดมีสารเพิ่มความอ่อนตัวบางชนิดจากกลุ่มพทาเลต เช่น DEHP อาจแพร่ลงสู่อาหารได้เมื่อสัมผัสความร้อนหรือใช้เป็นเวลานาน IARC จัดให้ DEHP อยู่ในกลุ่มสารที่เป็นไปได้ว่าจะเป็นสารก่อมะเร็ง ควรเลือกฟิล์มพลาสติกให้ถูกประเภทและมีเครื่องหมาย มอก. เท่านั้น
สรุป
ข่าวนี้บิดเบือนโดยการนำเสนอให้เหมือนว่าสารเหล่านี้จะปล่อยออกมาทันทีทุกครั้ง ในความเป็นจริง ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น สัมผัสอาหารร้อนจัดหรือใช้เป็นเวลานาน ตัวอย่างเช่น กล่องโฟมไม่จำเป็นจะหลอมทันทีทุกครั้งที่ใส่ของร้อน และจานเมลามีนแท้ที่มีเครื่องหมาย มอก. นั้นปลอดภัยกว่าเมลามีนปลอม ผู้บริโภคควรตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. บนภาชนะ หลีกเลี่ยงการใส่อาหารร้อนจัดลงในภาชนะที่ไม่เหมาะสม และไม่ใช้ฟิล์ม PVC หุ้มห่ออาหารร้อนเป็นเวลานาน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ LINE @antifakenewscenter Website www.antifakenewscenter.com Facebook Facebook.com/AntiFakeNewsCenter และ X Twitter เป็นต้น
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน