เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ข้อมูลบิดเบือน: แชร์ว่าไทยให้เงินช่วยกัมพูชา–ลาวหลายพันล้านบาท แต่ต้องกู้ธนาคารโลกสร้างสะพาน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแชร์ข้อมูลที่กล่าวว่าไทยให้เงินจำนวน 1,300 ล้านบาทแก่กัมพูชาโดยตรง และนำเงินงบประมาณปี 2570 ของสำนักพัฒนาพื้นที่พิเศษ (สพพ.) จำนวน 30.72 ล้านบาทไปให้กัมพูชาและลาวโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกันก็กล่าวอ้างว่าไทยต้องกู้เงินจากธนาคารโลกเพื่อสร้างโครงการสะพานเกาะลันตา สิ่งนี้บ่งชี้ถึงการทำให้เกิดการสงสัยเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐไทย ว่าเหตุใดจึงให้เงินแก่ประเทศเพื่อบ้านเหลาแต่ไม่มีเงินสำหรับโครงการในประเทศ
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่า เงินจำนวน 1,300 ล้านบาทนั้นไม่ใช่เงินที่ไทยให้ปล่อยให้กัมพูชา แต่เป็นเงินกู้ผ่อนปรนที่ไทยให้แก่รัฐบาลกัมพูชาในปี 2549 เพื่อพัฒนาทางหลวงหมายเลข 67 ช่วงอันลองเวง–เสียมราฐ โดยมีเงื่อนไขให้นำเงินนั้นไปจัดซื้อสินค้าและว่าจ้างผู้รับเหมาจากประเทศไทย ซึ่งหมายความว่าเงินดังกล่าวกลับมาสู่เศรษฐกิจไทยอยู่ดี ส่วนเงินงบประมาณปี 2570 ของสพพ. จำนวน 30.72 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่เงินให้ปล่อยแก่กัมพูชาและลาว แต่เป็นค่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยตามภาระผูกพันของโครงการเงินกู้เดิม แบ่งไปโครงการในลาว 2 โครงการ จำนวน 12.52 ล้านบาท และโครงการในกัมพูชา 2 โครงการ จำนวน 18.20 ล้านบาท ซึ่งสพพ. จะชำระให้แก่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ตามภาระผูกพันที่เกิดขึ้นจากเดิม ไม่ใช่การโอนเงินให้รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง นอกจากนี้ นับตั้งแต่เกิดข้อขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา สพพ. ไม่ได้อนุมัติเงินกู้ การเบิกจ่ายเงิน หรือดำเนินโครงการความร่วมมือเพิ่มเติมกับกัมพูชาแต่อย่างใด
สรุป
ข้อมูลนี้มีการสลับแนวคิดจากการให้เงินกู้มีเงื่อนไขและค่าดำเนินการตามสัญญาเดิมเป็นการให้เงินปล่อยโดยไม่มีเงื่อนไข ผู้อ่านที่เชื่อข้อมูลนี้อาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับนโยบายการให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศของไทยและการบริหารงบประมาณของรัฐ เพื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ควรติดตามข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการของสำนักพัฒนาพื้นที่พิเศษ หรือแหล่งข้อมูลราชการที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน