
แสตมป์เมา เป็นสารเสพติดรูปแบบใหม่ ลักษณะเป็นสติกเกอร์ลายการ์ตูน
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข่อมูลเกี่ยวกับ LSD หรือ "แสตมป์เมา" ที่แพร่กระจายในสังคมชี้ว่าเป็นยาเสพติดออกฤทธิ์หลอนประสาทชนิดใหม่ที่มีลักษณะพิเศษ กล่าวคือ สารเสพติดนี้มักถูกหยดลงบนกระดาษซับน้ำแล้วตัดเป็นแผ่นเล็ก ๆ คล้ายแสตมป์ดั้งเดิม พร้อมพิมพ์ลวดลายการ์ตูนต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้ที่พบเห็นอาจเข้าใจผิดว่าเป็นของเล่นหรือสติกเกอร์ทั่วไป ข้อมูลชี้ว่าข่าวนี้เผยแพร่มากขึ้นท่ามกลางความกังวลของผู้ปกครองและหน่วยงานด้านความมั่นคง เนื่องจากปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อดึงดูดเยาวชนให้สนใจมากขึ้น
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับแสตมป์เมา (LSD) และยืนยันว่าเป็นข่าวจริง ซึ่งเป็นสารเสพติดประเภท 1 ตามกฎหมายควบคุมยาเสพติดไทย ข้อมูลที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเผยแพร่บรรยายอาการของผู้เสพรายละเอียด เช่น ประสาทหลอน เห็นภาพหรือได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริง ขาดการควบคุมตนเอง หวาดระแวงหรือตื่นตระหนกอย่างรุนแรง และพฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายตนเองและผู้อื่น ตามกฎหมายยาเสพติด การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองสารเสพติดชนิดนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเน้นว่าสารเสพติดรูปแบบนี้มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ทำให้ยากต่อการตรวจจับและอาจหลอกลวงผู้ที่ไม่ทราบข้อมูล
สรุป
แสตมป์เมาเป็นสารเสพติดประเภท 1 ที่มีอันตรายรุนแรง โดยรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ปลอมแปลงเป็นสติกเกอร์การ์ตูนนั้นมีจุดประสงค์เพื่อปกปิดตัวตนแท้จริงและเพิ่มความน่าสนใจต่อเยาวชน ผู้ปกครองควรสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดรูปแบบใหม่ และอยากให้ระวังการรับสติกเกอร์หรือของเล่นที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากพบเห็นหรือสงสัยว่าพบแสตมป์เมาหรือยาเสพติดรูปแบบอื่น สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 หรือติดต่อศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านช่องทาง LINE @antifakenewscenter เว็บไซต์ Facebook X และ TikTok ของศูนย์เพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำเพิ่มเติม
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน