การวิเคราะห์เบื้องต้น • รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ผลการตรวจสอบ
บิดเบือน

เห็ดหูหนูขาวแช่น้ำค้างคืน สามารถสร้างพิษรุนแรงถึงขั้นไตวาย

ตรวจสอบเมื่อ 9 ก.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง อ่าน 2

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข้อมูลที่แพร่กระจายอ้างว่า การแช่เห็ดหูหนูขาวในน้ำค้างคืน สามารถสร้างสารพิษรุนแรงจนถึงขั้นไตวาย และเสียชีวิตได้ โดยไม่ระบุเงื่อนไขหรือรายละเอียดที่จำเป็นเกี่ยวกับวิธีการแช่ อุณหภูมิ หรือระยะเวลาที่ต้องใช้จึงจะเกิดพิษ ทำให้เข้าใจว่าการแช่เห็ดในน้ำเป็นเรื่องทั่วไปจะเกิดพิษเสมอ

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง สารพิษที่ปรากฏในกรณีเช่นนี้ชื่อว่า กรดบงเครคิก (alkaloid compound ที่พบในบางเนื้อสัตว์และเห็ด) ซึ่งเป็นความจริงที่สารนี้อาจเกิดขึ้นได้เมื่อแช่เห็ด อย่างไรก็ตาม สารพิษจะเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อมีสภาวะแวดล้อมเฉพาะ นั่นคือ การแช่ต้องอยู่ที่อุณหภูมิระหว่าง 22-30 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลานาน จึงจะสร้างสารพิษได้ ข้อมูลต้นทางชี้ให้เห็นว่าการแช่ในอุณหภูมิห้องปกติหรือสั้นๆ ไม่จำเป็นจะสร้างสารพิษทุกครั้ง อาการจากการสัมผัสกรดบงเครคิก หากเข้าสู่ร่างกาย ได้แก่ ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย และในกรณีรุนแรงอาจส่งผลต่อสมอง หัวใจ ตับ และไต จนล้มเหลว ไม่ได้เพิ่มเติมเงื่อนไขสำคัญจึงเป็นการสื่อความข่าวที่ไม่ชัดเจนและอาจสร้างความตื่นกลัวโดยไม่จำเป็น

สรุป

ข้อมูลเรื่องเห็ดหูหนูขาวแช่น้ำค้างคืนเป็นเรื่องจริงบางส่วน แต่การนำเสนอนั้นบิดเบือนและไม่สมบูรณ์ เนื่องจากละเลยเงื่อนไขสำคัญที่ต้องมีจึงจะเกิดสารพิษ โดยเฉพาะอุณหภูมิและระยะเวลา การป้องกันตัวอย่างถูกต้องคือ หากต้องการแช่เห็ด ควรเก็บไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็งทันที เพื่อลดการเติบโตของเชื้อโรค หลีกเลี่ยงการแช่ค้างคืนในอุณหภูมิห้อง และตรวจสอบสี กลิ่น หรือลักษณะอื่นๆ ของเห็ดก่อนนำมาประกอบอาหาร หากพบความผิดปกติควรทิ้งไป ผู้อ่านที่เคยแช่เห็ดในช่วงเวลาสั้นหรือในตู้เย็นไม่จำเป็นต้องตื่นกลัว

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
9 ก.ค. 2569 13:30
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
9 ก.ค. 2569 10:30
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
9 ก.ค. 2569 07:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — บิดเบือน
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บิดเบือน2 ชม.สาธารณสุข

ทำท่าผีเสื้อทุกวัน ทำให้แก่ช้าลง กระตุ้นฮอร์โมน มดลูกแข็งแรง

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมระบุว่าการอ้างว่าท่าผีเสื้อชะลอวัยและรักษาฮอร์โมนเป็นการบิดเบือน ไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์สนับสนุน

ที่มา: ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้ว ✓
ข่าวจริง4 ชม.สาธารณสุข

WHO ประกาศ การระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MV Hondius สิ้นสุดลงแล้ว

WHO ประกาศว่าการระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MV Hondius สิ้นสุดลงแล้วหลังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เป็นเวลา 42 วัน โดยมีผู้ติดเชื้อ 13 ราย เสียชีวิต 3 ราย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมยืนยันข่าวนี้เป็นจริง

ที่มา: WHOตรวจสอบแล้ว ✓
ข่าวจริง7 ชม.สาธารณสุข

จ.แพร่ พบ ผู้ป่วยไข้หมูดิบ กว่า 40 ราย เสียชีวิตแล้ว 5 ราย เตือน รับเชื้อได้ทั้งการกินและสัมผัส

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ยืนยันว่าข่าวการพบผู้ป่วยไข้หมูดิบ 40 ราย และเสียชีวิต 5 ราย ในจังหวัดแพร่เป็นข่าวจริง โรคสามารถติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมูดิบและการสัมผัสผ่านบาดแผล

ที่มา: สำนักอนามัยจังหวัดแพร่ตรวจสอบแล้ว ✓