เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ข้อมูลบิดเบือน: อ้างโครงการเชื่อมอาเซียน ไทย ลาว เวียดนาม ระยะกว่า 1,500 กิโลเมตร
ข่าวที่แพร่กระจาย
บนโซเชียลมีดีข่าวระบุว่า "โครงการยกระดับการขนส่งจากประเทศไทย สู่ประเทศลาว และไปสิ้นสุดที่ประเทศเวียดนาม ระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร" ข้อความดังกล่าวอ้างถึงโครงการขนส่งข้ามแดนที่เชื่อมไทย ลาว และเวียดนาม เสนอให้เห็นว่าเป็นโครงการขนส่งในระดับใหญ่หลวงทั่วภูมิภาค
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข้อความดังกล่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง ความจริงแล้ว โครงการที่กำลังดำเนินการคือการพัฒนาถนนหมายเลข 12 (R12) ช่วงเมืองท่าแขก-จุดผ่านแดนนาเพ้า ซึ่งมีระยะทางเพียง 147 กิโลเมตร ไม่ใช่กว่า 1,500 กิโลเมตรตามที่อ้างเสมอ เส้นทาง R12 ได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในแนวเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศตามพิธีสาร 1 ของความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดน (Greater Mekong Sub-region Cross–Border Transport Agreement: CBTA) โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างไทยและรัฐบาล สปป.ลาว โดยเชื่อมอยู่ระหว่างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 บริเวณนครพนม-คำม่วน ผ่านอาณาเขต สปป.ลาว และสิ้นสุดที่ชายแดนลาว-เวียดนามบริเวณด่านนาเพ้า-จาลอ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูการค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยไปสู่เวียดนามและจีน เพื่อประหยัดเวลาในการขนส่งสินค้าและลดขั้นตอนพิธีการศุลกากรระหว่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
สรุป
โครงการท่าแขก-นาเพ้า (R12) เป็นโครงการขนส่งข้ามแดนจริง แต่ระยะทางที่ถูกต้องคือ 147 กิโลเมตร ไม่ใช่กว่า 1,500 กิโลเมตรดังที่อ้างในข้อความที่แพร่กระจาย การบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับขนาดและระยะทางของโครงการอาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับขนาดของการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้อ่านสามารถตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานของกระทรวงขนส่ง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ CBTA เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน