ผลการตรวจสอบ
ข่าวปลอม

เชิญชวนแอดไลน์ pttservice_or ที่รับรองจาก ก.ล.ต. เพื่อรับรายละเอียดการลงทุนฟรี

ตรวจสอบเมื่อ 10 ธ.ค. 2568 1 แหล่งอ้างอิง อ่าน 66

ข่าวที่แพร่กระจาย

เชิญชวนแอดไลน์ pttservice_or ที่รับรองจาก ก.ล.ต. เพื่อรับรายละเอียดการลงทุนฟรี

ผลการตรวจสอบ

อย่าหลงเชื่อหากยังไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด กรณีนี้ได้แอบอ้าง และนำโลโก้ของ ก.ล.ต. ไปใช้ประกอบภาพประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลงทุน ซึ่ง ก.ล.ต. ยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะหากลงทุนไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินและอาจนำข้อมูลของท่านไปใช้ในทางมิชอบได้ ก่อนลงทุนสามารถตรวจสอบผู้ที่ชักชวน/ผู้ให้บริการ ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ที่ www.sec.or.th/seccheckfirst เช็กให้ชัวร์ ไม่หลงลงทุนกับมิจฉาชีพ

สรุป

จากการตรวจสอบโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่าข่าวนี้ได้รับการประเมินว่าเป็น ข่าวปลอม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
10 ธ.ค. 2568 10:30
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
10 ธ.ค. 2568 10:31
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
10 ธ.ค. 2568 10:32
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวปลอม
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวปลอม1 วันเทคโนโลยี

พบคลิปมวลชนเดินขบวนไว้อาลัย “คาเมเนอี”

Cofact Thailand ตรวจสอบแล้วพบว่าคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นพิธีไว้อาลัยคาเมเนอีเป็นเนื้อหาสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ที่มา: โซเชียลมีเดียตรวจสอบแล้ว ✓
ข่าวจริง2 วันเทคโนโลยี

ไทยเปิดตัว SHIELD เทคโนโลยีแรกของโลก เพื่อทลายขบวนการคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ข้ามชาติ

ไทยเปิดตัวระบบ SHIELD เพื่อปราบปรามคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ข้ามชาติ มีเครือข่ายพันธมิตร 10 ประเทศและหน่วยงานระดับโลก เช่น UNODC และ FBI เข้าร่วมใช้งาน

ที่มา: antifakenewscenterตรวจสอบแล้ว ✓
ข่าวปลอม6 วันเทคโนโลยี

กัมพูชาขับรถถังของจีนเข้ารื้อลวดหนามชายแดนไทย ระยะทางร้อยกิโลเมตร

ข่าวเรื่องกัมพูชาใช้รถถังจีนรื้อลวดหนามชายแดนไทยเป็นข่าวปลอม สร้างขึ้นจาก AI โดยไม่มีเหตุการณ์จริง

ที่มา: ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้ว ✓