การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบบิดเบือน

ข้อมูลบิดเบือน: ส้นเท้าแตกและผิวแห้งไม่ใช่สัญญาณเตือนโรคตับที่เชื่อถือได้

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 24 ก.ย. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข้อมูลที่แพร่กระจายอ้างว่าส้นเท้าแตกหรือผิวแห้งกร้านเป็นสัญญาณเตือนว่าตับกำลังทำงานล้มเหลว โดยอธิบายกลไกว่าเมื่อตับทำงานผิดปกติจะไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงเท้าได้เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของการแห้งแตกที่ส้นเท้า ข้อมูลนี้ชักชวนผู้อ่านให้มองส้นเท้าแตกเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพตับที่สำคัญ

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อเท็จจริงมีความยุ่งซับซ้อนมากกว่าข้อมูลที่แพร่กระจาย โรคตับบางชนิดเช่นโรคตับแข็งอาจมีอาการทางผิวหนังร่วมด้วย เนื่องจากการคั่งของน้ำดี ซึ่งสามารถพบอาการคันเห็นได้ชัดที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า ตามที่ American Association for the Study of Liver Diseases (AASLD) ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม "ส้นเท้าแห้งแตก" ไม่ใช่อาการจำเพาะของโรคตับและไม่สามารถใช้เป็นสัญญาณวินิจฉัยล้ำเลย ผิวแห้งอาจเกิดจากหลายสาเหตุอื่นเช่นสภาพอากาศ การดูแลผิว ขาดความชื้น หรือโรคผิวหนังอื่น นอกจากนี้ กลไกการอธิบายว่า "ตับทำงานผิดปกติ → เลือดไหลไปเลี้ยงเท้าไม่เพียงพอ → ส้นเท้าแห้งแตก" ไม่ใช่การอธิบายที่ถูกต้องทางการแพทย์ ความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดในโรคตับแข็งมีความซับซ้อนมากขึ้นและเกี่ยวข้องกับภาวะความดันในระบบพอร์ทัลสูง (portal hypertension) และการขยายตัวของหลอดเลือดในช่องท้อง ไม่ใช่เพียงการลดลงของการไหลเวียนไปยังเท้า หากมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพตับ ควรประเมินจากอาการชัดเจน ประวัติการใช้แอลกอฮอล์ หรือเชื้อไวรัสตับอักเสบ การตรวจร่างกายจากแพทย์ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่การดูจากสภาพส้นเท้าเพียงอย่างเดียว

สรุป

ส้นเท้าแตกและผิวแห้งกร้านมีสาเหตุหลายประการและไม่ใช่สัญญาณเตือนโรคตับที่เชื่อถือได้ เมื่อเห็นข้อมูลเช่นนี้แพร่กระจาย ผู้อ่านควรระมัดระวังการนำไปใช้วินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง หากมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพตับ เช่น มีประวัติการใช้แอลกอฮอล์มากหรือคิดว่าอาจเคยสัมผัสเชื้อไวรัสตับอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจประเมินอย่างถูกต้องและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่พึ่งพาอาการผิวหนังเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
24 ก.ย. 2569 14:00
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
24 ก.ย. 2569 10:45
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
24 ก.ย. 2569 07:31
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — บิดเบือน
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดื่มไวน์แดงแก้นอนไม่หลับ คำแนะนำที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุน
บิดเบือน·12 ชม.·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
สารอะฟลาทอกซิน จากเชื้อรา อาหารอาจ ทำให้เกิดมะเร็งตับ กรมอนามัยเตือน
ข่าวจริง·1 วัน·กรมอนามัยสาธารณสุข
ผลิตภัณฑ์ Detarin อ้างสามารถกำจัดพยาธิและไข่ปรสิตทั่วร่างกาย
ข่าวปลอม·3 วัน·อย.สาธารณสุข
การคาดการณ์โรคระบาดใหญ่ปลายปี 2569 พร้อมอ้างแผนลดประชากรและวัคซีนใหม่
ข่าวปลอม·3 วัน·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
กระทรวงแรงงาน เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่าน ศูนย์ซ่อม สร้าง สุข
ข่าวจริง·4 วัน·กระทรวงแรงงานสาธารณสุข
เตือน ผลไม้ 4 ประเภทกินบ่อย เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ
บิดเบือน·4 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข