
สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 12.5% มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 69
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข่าวที่แพร่กระจายระบุว่า สหรัฐอเมริกากำหนดให้เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตราเพิ่มเติม 12.5 เปอร์เซ็นต์ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 00.01 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก ข้อเรียกร้องนี้เกี่ยวข้องกับการที่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ ซึ่งไทยถูกกำหนดให้ชำระอากรตอบโต้เพิ่มเติมตามเหตุผลดังกล่าว
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลและยืนยันว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวจริง โดยอ้างอิงจากการประกาศอย่างเป็นทางการของ United States Trade Representative (USTR) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ซึ่งประกาศผลการไต่สวนชั้นสุดท้ายต่อประเทศและเขตเศรษฐกิจจำนวน 60 แห่ง รวมถึงประเทศไทย ในประเด็นการไม่กำหนดหรือไม่บังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ USTR มีคำตัดสินว่าการดำเนินนโยบายของประเทศที่ถูกไต่สวนเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล ก่อให้เกิดภาระหรือจำกัดการค้าของสหรัฐฯ ทำให้สหรัฐฯ สามารถดำเนินมาตรการตอบโต้ทางการค้าได้ตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ สำหรับประเทศไทยเป็นเฉพาะ USTR มีข้อสรุปว่าไทยยังไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับตามหลักเกณฑ์ของสหรัฐฯ จึงกำหนดให้เก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 12.50 เปอร์เซ็นต์ กับสินค้านำเข้าจากไทยทั้งหมด ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 00.01 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก
สรุป
ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวจริงตามการประกาศอย่างเป็นทางการของสำนักตัวแทนการค้าของสหรัฐฯ ผู้อ่านและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าจากไทยเข้าสหรัฐฯ ควรทำความเข้าใจว่าภาษีเพิ่มเติมนี้อาจส่งผลต่อต้นทุนและราคาสินค้า และควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานการค้าของทั้งสองประเทศเพื่อให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการค้า ผู้ประกอบการสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ USTR หรือสำนักเลขาธิการสภาความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการค้า
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน