ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบข่าวปลอม

วิธีรักษาอาการเจ็บฟันแบบโบราณ หนอนกินฟันจะหลุดออกมาจากกระพุ้งแก้ม

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 20 ก.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง อ่าน 8

ข่าวที่แพร่กระจาย

มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและความเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ที่อ้างว่าสามารถใช้วิธีรักษาแบบโบราณแล้วจะทำให้ "หนอนกินฟัน" หลุดออกมาจากกระพุ้งแก้มได้ โดยข่าวนี้แนะนำให้ผู้คนทดลองใช้ยาทาหรือวิธีต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาอาการเจ็บฟัน ข้อเรียกร้องนี้ได้รับการแชร์อย่างแพร่หลายบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเน้นความเป็นเรื่องจริงของหนอนในฟันและเสนอให้ผู้คนแทนการไปพบทันตแพทย์ด้วยวิธีการรักษาในประชาสัมพันธ์นั้น

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบการอ้างสิ่งนี้แล้วและพบว่าเป็นข่าวปลอม เพราะความจริงแล้วฟันผุไม่ได้เกิดจากหนอนแต่อย่างใด แต่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus mutans ซึ่งเมื่อย่อยสลายแป้งและน้ำตาลจากอาหารจะสร้างกรดออกมาค่อยๆ ทำลายเคลือบฟันและเนื้อฟันจนเกิดรูผุ การรักษาฟันผุที่ถูกต้องต้องอาศัยการรักษาโดยทันตแพทย์ผ่านวิธีการเช่น การกรอฟันผุ การอุดฟัน หรือการรักษารากฟันหากผุลึกถึงโพรงประสาทฟัน ส่วนการใช้ยาทาที่แก้มไม่สามารถช่วยรักษาฟันผุให้หายได้ เนื่องจากแบคทีเรียในช่องปากไม่ใช่หนอนหรือสิ่งมีชีวิตที่ชอนไชฟัน หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาจริงๆ อาจลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน ปวดฟันรุนแรง หรือติดเชื้อเป็นหนองซึ่งเป็นผลกระทบที่ร้ายแรงขึ้น

สรุป

ข่าวที่อ้างว่าหนอนกินฟันสามารถหลุดออกมาจากการใช้วิธีรักษาแบบโบราณนั้นเป็นข่าวปลอมที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้คนที่เชื่อและปฏิบัติตาม เนื่องจากอาจส่งผลให้การรักษาฟันผุล่าช้า ทำให้อาการแ악ลงและเกิดแทรกซ้อนที่ร้ายแรง หากคุณประสบปัญหาเจ็บฟันหรือสงสัยว่าฟันผุ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมโดยเร็ว และหลีกเลี่ยงการลองใช้วิธีรักษาแบบโบราณหรือไม่ได้มาตรฐานที่อาจหน่วงเวลาการรักษาที่ดี

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
20 ก.ค. 2569 10:30
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
20 ก.ค. 2569 07:30
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
20 ก.ค. 2569 04:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวปลอม
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง