เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

วัคซีน HPV Gardasil มีผลข้างเคียงร้ายแรงและถูกห้ามใช้ในหลายประเทศ
ข่าวที่แพร่กระจาย
บริษัท Merck ผู้ผลิตวัคซีน HPV ชื่อการค้า Gardasil กำลังเผชิญกับการฟ้องร้องใน สหรัฐอเมริกา โดยมีข้อกล่าวหาว่าบริษัทปกปิดรายงานผลข้างเคียงและใช้กลยุทธ์การตลาดที่ทำให้เข้าใจผิด เพื่อเพิ่มยอดขายของวัคซีน อย่างไรก็ตาม การฟ้องร้องนี้เป็นคดีทางแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา และยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการทางกฎหมายในด้านความปลอดภัย กรมควบคุมโรคได้ตรวจสอบแหล่งข่าว พร้อมทั้งประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. FDA พบว่า ปัจจุบันยังไม่มีการเพิกถอนทะเบียนวัคซีน HPV แต่อย่างใด ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO), ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (US CDC) และ อนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย ยังคงแนะนำให้มี
ผลการตรวจสอบ
การฉีดวัคซีน HPV อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV และลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก โดยอ้างอิงผลงานวิจัยและการศึกษาทางการแพทย์ที่เกี่ยวช้องกับวัคซีน เช่น องค์การอนามัยโลก ซึ่งระบุว่า วัคซีนนี้มีความปลอดภัย โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมักเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรง ในประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังอาการภายหลังได้รับวัคซีน (AEFI) ของกรมควบคุมโรค ซึ่งข้อมูลปัจจุบันไม่พบความผิดปกติที่เป็นเหตุให้ต้องระงับหรือเพิกถอนวัคซีน นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. ) ยังคงดำเนินการติดตามความปลอดภัยของวัคซีนอย่างใกล้ชิด และขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเรียกคืนวัคซีนดังกล่าว ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้เช่น เว็บไซต์ของอย. กระทรวงสาธารณสุข หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในวัคซีนและมาตรการสาธารณสุข สำหรับกรณีในประเทศญี่ปุ่น เคยมีการยุติการแนะนำวัคซีน HPV ในปี พ. เนื่องจากรายงานอาการไม่พึงประสงค์แต่ในปพ. 2565 ได้กลับมาแนะนำการฉีดวัคซีนอีกครั้งเนื่องจากประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีมากกว่าความเสี่ยง ดังนั้น ข้อมูลที่กล่าวว่า วัคซีน Gardasil มีผลข้างเคียงร้ายแรงและถูกห้ามใช้ในหลายประเทศเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง วัคซีนนี้ยังคงได้รับการแนะนำและใช้ในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างแพร่หลาย
สรุป
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยอ้างอิงจากกระทรวงสาธารณสุข, กรมควบคุมโรคได้ตรวจสอบแหล่งข่าว, กรมควบคุมโรค, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน