
คณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการป้องกันทุจริตสอบราชการ รวม Blacklist และกฎหมายอาญา
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีข้อมูลแพร่กระจายเกี่ยวกับการวางมาตรการสกัดทุจริตสอบราชการ โดยคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการหลายด้าน ได้แก่ การกำหนดมาตรฐานทางวินัย การจัดทำฐานข้อมูลกลางผู้เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือ Blacklist และแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบเดิมและป้องกันไม่ให้ผู้ทุจริตเข้าสู่ระบบราชการได้อีก
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วยืนยันว่าข้อมูลนี้เป็นจริง โดยสำนักงาน ก.พ. ได้กำหนดให้ผู้ที่ทุจริตในการสอบภาค ก. เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการ พร้อมมีอำนาจดำเนินการเพิกถอนหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ปัจจุบันมีการกำหนดผู้ทุจริตในการสอบภาค ก. เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามแล้ว 24 ราย ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มาตรการทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) จัดทำหลักเกณฑ์และมาตรฐานทางวินัยให้ชัดเจน ระยะกลาง (ภายใน 3 ปี) เตรียมปรับการสอบภาค ก. จากระบบ Paper & Pencil ควบคู่กับ e-Exam ไปสู่การสอบแบบ e-Exam เพียงรูปแบบเดียว เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตและยกระดับการตรวจสอบ และระยะยาว (ภายใน 5 ปี) เตรียมผลักดันกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ โดยกำหนดโทษทางอาญาที่เข้มงวดและครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ นอกจากนี้ยังมีแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถเรียกคืนเงินเดือนและผลประโยชน์อื่นจากผู้ที่ทุจริตในการสอบแล้วได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้เต็มจำนวน ซึ่งเดิมกฎหมายกำหนดเพียงให้ออกจากราชการโดยพลัน โดยไม่กระทบต่อเงินเดือนหรือผลประโยชน์ที่ได้รับไปก่อนมีคำสั่งให้ออกจากราชการ
สรุป
รัฐได้มีมาตรการที่เข้มงวดเพื่อสกัดทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ ตั้งแต่การสร้าง Blacklist จนถึงการผลักดันกฎหมายอาญาเฉพาะและการเรียกคืนผลประโยชน์ที่ได้มาจากการทุจริต ผู้ที่สนใจเข้าสอบราชการควรปฏิบัติด้วยสততาเพราะระบบการตรวจสอบและการลงโทษกำลังถูกปรับปรุงให้เข้มงวดมากขึ้น หากมีข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ LINE @antifakenewscenter เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com เฟซบุ๊ก X และ TikTok @antifakenewscenter หรือ Instagram @afnc_thailand
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน