
พบสารไนไทรต์เกินมาตรฐาน 50 เท่าในกุนเชียง หมูยอ จากผู้ประกอบการรายย่อย
ข่าวที่แพร่กระจาย
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า ผ่านการตรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยในเนื้อสัตว์แปรรูปยอดนิยมในระหว่างปี 2567-2569 พบการปนเปื้อนสารไนเทรตและไนไทรต์ (เกลือถนอมอาหาร) เกินมาตรฐานในหลายประเภท ได้แก่ แหนม หมูยอ ไส้กรอกอีสาน และกุนเชียง โดยเป็นผลมาจากผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดการควบคุมสูตร ที่สำคัญคือพบเมนูเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จพร้อมบริโภครายหนึ่งที่มีปริมาณไนไทรต์สูงถึง 3,880 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตเกือบ 50 เท่า ข่าวนี้มีการแพร่กระจายขนาดใหญ่ผ่านสื่อเพราะข้อมูลมาจากหน่วยงานรัฐเครื่องบ้านและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอาหารของประชาชน
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากการตรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารอย่างเป็นทางการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้แก่ การตรวจพบสารไนเทรตและไนไทรต์ที่เกินมาตรฐานในเนื้อสัตว์แปรรูป โดยเฉพาะกลุ่มแหนม หมูยอ ไส้กรอกอีสาน และกุนเชียง ส่วนที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนมากที่สุดคือการพบเมนูเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จที่มีไนไทรต์สูงถึง 3,880 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 468 พ.ศ. 2568 ขีดจำกัดที่อนุญาตอยู่ที่ประมาณ 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ความปนเปื้อนนี้ยืนยันมาจากการศึกษาเฝ้าระวังโดยหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจในเรื่องนี้ ผลข้างเคียงของการสัมผัสไนไทรต์ที่มากเกินไป เช่น หน้ามืด วิงเวียน มือชา และหมดสติจากการขาดออกซิเจน ต่างเป็นผลทางชีววิทยาที่ยืนยันได้จากความรู้เกี่ยวกับพิษวิทยา
สรุป
ข่าวนี้เป็นข่าวจริงตามรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานเชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความปลอดภัยอาหาร ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป โดยเฉพาะกุนเชียง หมูยอ ไส้กรอกอีสาน และแหนมที่มีสีชมพูหรือสีแดงเข้มผิดปกติ เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารไนเทรต-ไนไทรต์เกินมาตรฐาน ในการเลือกซื้อให้พิจารณาผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่ที่มีการควบคุมสูตรตามมาตรฐาน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สามารถแจ้งให้สำนักงานอาหารและยาส่วนท้องถิ่นทราบเพื่อตรวจสอบ
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน