เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ทาครีมกันแดดมากเกินไปมีผลเสีย ใช้ปริมาณขนาดเหรียญ 10 บาท หรือเท่า 2 ข้อนิ้วก้อยก็เพียงพอ
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อมูลที่แพร่กระจายอ้างว่าการทาครีมกันแดดมากเกินไปมีผลเสียต่อร่างกาย และเสนอให้ใช้ปริมาณเพียงขนาดเหรียญ 10 บาท หรือเท่ากับความยาว 2 ข้อนิ้วก้อยก็เพียงพอแล้ว โดยนำเสนอราวกับเป็นคำแนะนำที่ปลอดภัยและเพียงพอต่อการป้องกันจากแสงแดด
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข้อเท็จจริงมีลักษณะบิดเบือน โดยแม้ว่าครีมกันแดดบางชนิดหากใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจมีผลเสีย แต่ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ชัดเจนบ่งชี้ว่าการทาครีมกันแดดจะก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อร่างกายอย่างที่ข้อมูลนั้นแนะนำ จากมุมมองของแพทย์ผิวหนัง การทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสมหรือแม้ทาเกินไปดีกว่าการไม่ทา และสิ่งสำคัญคือประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งผิวหนังนั้นมากกว่าข้อกังวลที่กล่าวอ้าง สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งอเมริกาได้กำหนดปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้ครีมกันแดดอย่างชัดเจน คือสำหรับทั้งร่างกายจะต้องใช้ประมาณ 9 ช้อนชา หรือ 30-45 มิลลิลิตร และสำหรับใบหน้าและลำคอให้บีบครีมกันแดดเป็นเส้นตรงตามความยาวของนิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งหมด (ตั้งแต่โคนนิ้วจรดปลายนิ้ว) ซึ่งได้ปริมาณประมาณ 1.0-1.25 กรัม ปริมาณนี้มากกว่าท่อที่ข้อมูลต่างหากนำเสนออย่างมาก
สรุป
ข้อมูลที่ว่าครีมกันแดดมากเกินไปมีผลเสีย และปริมาณขนาดเหรียญ 10 บาทหรือ 2 ข้อนิ้วก้อยก็เพียงพอนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการเชื่อข่าวนี้คือการใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะลดประสิทธิภาพในการป้องกันแสงยูวี และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังและความเสียหายจากแสงแดด เพื่อป้องกันตัวเองอย่างถูกต้อง ผู้อ่านควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งอเมริกา คือใช้ปริมาณ 30-45 มิลลิลิตรสำหรับทั้งร่างกาย และเส้นตรงเต็มนิ้วชี้-นิ้วกลางสำหรับใบหน้า รวมทั้งทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือหลังเข้าน้ำและเช็ดตัวเสร็จ
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน