
คลิปไวรัล “ละหมาดขวางรถไฟใต้ดินลอนดอน”
ข่าวที่แพร่กระจาย
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีคลิปวิดีโอแพร่กระจายไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นภาพของกลุ่มชาวมุสลิมที่ทำการละหมาดขวางทางจราจร (blocking traffic) ในรถไฟใต้ดินลอนดอน พร้อมกับข้อความที่กล่าวอ้างว่า "กฎหมายชะรีอะห์" ถูกบังคับใช้ในเมืองลอนดอน ภายใต้การบริหารจัดการของผู้บริหารเมืองชื่อ Sadiq Khan คลิปนี้ได้รับการแชร์อย่างกว้างขวางและสร้างความเข้าใจผิดในหมู่ผู้อ่าน
ผลการตรวจสอบ
Cofact Thailand ดำเนินการตรวจสอบคลิปดังกล่าวอย่างละเอียด โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์เทคโนโลยี AI ในการตรวจสอบ รวมถึง Hive Moderation และ FauxLens ทั้งสองเครื่องมือประเมินว่าคลิปมีความน่าจะเป็นสูงว่าถูกสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี AI ที่อิงจากความผิดปกติที่พบภายในวิดีโอ เช่น โครงสร้างช่องด้านในของรถไฟฟ้าไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง การจัดวางพรม และท่าทางการละหมาดที่ไม่เป็นไปตามหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ Cofact Thailand ยังค้นพบว่าบัญชีผู้ใช้ที่เผยแพร่คลิปนี้ได้ระบุตัวเองว่าเป็นผู้สร้างเนื้อหาด้วย AI โดยปลายทางนั้นไม่ได้ซ่อนเร้นความจริงการสร้างสรรค์ของตนเอง ส่วนข้อความที่อ้างว่า "กฎหมายชะรีอะห์" ถูกบังคับใช้ในลอนดอนภายใต้การบริหารของ Sadiq Khan ได้รับการยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากลอนดอนยังคงดำเนินการภายใต้ระบบกฎหมายของสหราชอาณาจักรแบบเดิม
สรุป
คลิปไวรัลที่อ้างว่าแสดงการละหมาดขวางรถไฟใต้ดินลอนดอนเป็นข่าวปลอมที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI และอ้างประกอบด้วยข้อมูลเท็จที่มีจุดมุ่งหมายสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชน ผู้อ่านควรระมัดระวังต่อคลิปวิดีโอที่แพร่กระจายโดยรวดเร็วเพราะอาจมีแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ วิธีที่นำไปปฏิบัติได้คือ ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างชื่อบัญชีกับประวัติการโพสต์ของบัญชีนั้นเพื่อดูว่ามีการโพสต์เนื้อหา AI สร้างสรรค์อื่น ๆ หรือไม่ นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือตรวจสอบ reverse image search หรือการค้นหาข่าวจากสื่อหลักในสหราชอาณาจักรจะช่วยให้ผู้อ่านยืนยันความจริงได้ดีกว่า
ข้อมูลอ้างอิงจาก Cofact Thailand แพลตฟอร์มตรวจสอบข่าวลือโดยภาคประชาชน
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน