เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ข้อมูลบิดเบือน: เบนซินเพิ่มส่งเข้ากองทุน 1.30 บาท ไม่ใช่ลดเงินชดเชย 1.18 บาทตามข้อความแชร์
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการโพสต์ข้อความในสื่อสังคมระบุว่า "ไม่มีปรับราคา กบน.รับจบ ลดเงินชดเชย เบนซิน 1.18 บาท, ดีเซล 34 สต." โดยอ้างถึงการตัดสินใจของคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการลดการชดเชยน้ำมันเบนซินลง 1.18 บาทต่อลิตร ข้อความดังกล่าวถูกแชร์ผ่านช่องทางต่างๆ ในสื่อสังคมและได้รับการต่อยอดจากผู้ใช้จำนวนมาก
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบข้อเท็จจริงจากประกาศของคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 พบว่าข้อมูลในโพสต์บิดเบือนความเป็นจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้ สำหรับน้ำมันเบนซิน คณะกรรมการกองทุนได้เพิ่มอัตราการส่งเงินเข้ากองทุน 1.30 บาทต่อลิตร (จากอัตราเดิม 1.88 บาทต่อลิตร เป็น 3.18 บาทต่อลิตร) ไม่ใช่ลดการชดเชยอย่างที่ข้อความระบุ ส่วนอัตราการลดการชดเชย 1.18 บาทต่อลิตรนั้นจริงๆ แล้วเป็นของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 (ลดจากอัตราเดิม 4.63 บาทต่อลิตร เหลือ 3.45 บาทต่อลิตร) ไม่ใช่เบนซิน นอกจากนี้ยังมีการปรับอัตราการชดเชยน้ำมันดีเซล B7 ลดลง 0.34 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 ลดลง 0.30 บาทต่อลิตร เป็นต้น ดังนั้นข้อความในโพสต์ได้ผสมข้อมูลจากสินค้าต่างชนิดเข้าด้วยกันจนเกิดความสับสน
สรุป
ข้อความที่แชร์นั้นสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้บริโภค โดยระบุว่าเบนซินลดการชดเชย ทั่งแท้ว่าคณะกรรมการกองทุนจริงๆ แล้วได้เพิ่มการส่งเข้ากองทุนแทน ซึ่งเป็นสัญญาณที่อาจสะท้อนว่าราคาเบนซินมีการปรับเปลี่ยน ผู้บริโภคควรตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (FFF) หรือประกาศอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ถูกต้องและชัดเจน หากพบข้อความที่สงสัยสามารถแจ้งให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมทราบได้ผ่านช่องทาง LINE @antifakenewscenter หรือเว็บไซต์ antifakenewscenter.com
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน