การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบบิดเบือน

ข่าวบิดเบือน หากฝืนจามโดยลืมตา จะเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 31 ต.ค. 2567 5 แหล่งอ้างอิง อ่าน 42

ข่าวที่แพร่กระจาย

ตามที่มีข้อมูลเตือนถึงเรื่องหากฝืนจามโดยลืมตา จะเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน กรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลเตือนในสื่อออนไลน์ว่า หากฝืนจามโดยลืมตา จะเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว ทางโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ภาวะปกติเวลาจามจะมีการหลับตาอยู่แล้ว แม้ว่าจะพยายามฝืนลืมตาก็ตาม ซึ่งไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์งานวิจัยหรือการศึกษาใดที่ยืนยันว่า การลืมตาเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว ในความเป็นจริงกิจกรรมใดที่เพิ่มความดันในเส้นเลือด หรือ ภาวะที่เยื่อบุผนังตาขาว ไม่แข็งแรง หรือมีการกระทบกระแทกขยี้จนทำให้เส้นเลือดฉีกขาด ปัจจัยพวกนี้ นำไปสู่เลือดออกที่เยื่อบุตาขาวหรือเลือดออกที่อื่น ๆ ของตาได้ เช่น ความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษาให้ดี อาการไอ จาม เบ่งอุจจาระเบ่งปัสสาวะ การกินยาละลายลิ่มเลือด หรือคนที่มีปัญหาเส้นเลือด ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว หรือ การไปขยี้ตา ทั้งที่รู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม อุบัติเหตุที่กระแทกที่ตา ปัจจัยพวกนี้ ทำให้เกิดผนังเส้นเลือดที่ตาขาวปริ ฉีกขาดเลือดออกก็สามารถทำให้เลือดออกที่เยื่อบุตาขาวได้ ไม่ว่าจะลืมตาหรือหลับตาก็ตาม คนไข้ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการ ที่รบกวนการมองเห็น ไม่เจ็บไม่เคือง แต่จะตกใจเวลามองกระจก หรือมีคนใกล้ตัวทัก การรักษา ถ้าเป็นระยะแรกประคบเย็น อาจจะทำให้เลือดที่เยื่อบุตาขาว ออกน้อยลงเลือดแข็งตัวเร็วขึ้น ต้องพยายาม หา และแก้ไขสาเหตุที่ ทำให้เลือดออกอย่างที่กล่าวมาแล้ว อย่างเช่น ถ้าความดันเลือดสูง ก็ต้อง ควบคุม ปรับอาหารปรับพฤติกรรมหรือกินยาตามที่แพทย์แนะนำให้ดี หรือคนที่มีอาการคันขยี้ตาก็ต้องพยายามไม่ขยี้ตา ใช้การประคบเย็นแทนเดี๋ยวนี้น้ำตาเทียมก็สามารถช่วยได้ถ้าอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบจักษุแพทย์เพื่อรับยาควบคุมรักษาภูมิแพ้และลดอาการคันที่ตาจะได้ไม่ทำอันตรายต่อดวงตาไปมากขึ้น ส่วนใหญ่เลือดที่ออกจะดูค่อนข้างน่ากลัวสีแดงสดแต่ระยะเวลาผ่านไป อาจจะขยับลงมาตามแรงโน้มถ่วงได้เช่นขยับมาด้านล่าง ก่อนที่จะค่อย ๆ จางลง ไปจนหมดใน 2-4 สัปดาห์ ในกรณีที่มีอาการตามัวร่วมด้วย มีปวดร่วมด้วยมีขี้ตาร่วมด้วย อาจจะไม่ใช่เลือดออกที่เยื่อบุตาขาวธรรมดาแล้ว แนะนำให้พบกับแพทย์เพื่อดูแลรักษาให้ตรงสาเหตุและต้นเหตุ

ผลการตรวจสอบ

ดังนั้นขอเตือนว่า ข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้เป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www. th หรือโทร. 02-206-2900 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์งานวิจัยหรือการศึกษาใดที่ยืนยันว่า การลืมตาขณะจามเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว แต่กิจกรรมที่เพิ่มความดันในเส้นเลือดสามารถนำไปสู่การมีเลือดออกที่เยื่อบุตาขาวหรือที่อื่น ๆ ของตาได้

สรุป

จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยอ้างอิงจากกระทรวงสาธารณสุข, กรมการแพทย์, โรงพยาบาลราชวิถี, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข

ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
31 ต.ค. 2567 16:00
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
31 ต.ค. 2567 16:01
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
31 ต.ค. 2567 16:02
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ชวนสงสัย
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
2
กระทรวงสาธารณสุข
3
กรมการแพทย์
4
โรงพยาบาลราชวิถี
5
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 พฤติกรรมเสี่ยงไตวาย เลิกได้เลิกเลยตอนนี้
บิดเบือน·1 ชม.·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
ตำแหน่งที่ปวดท้อง เป็นสัญญาณเตือนของอวัยวะที่มีปัญหา
บิดเบือน·20 ชม.·ภาพโพสต์บนสื่อสังคมสาธารณสุข
5 ลักษณะของ “เล็บ” สามารถบอกโรคที่เราเป็นได้
ข่าวปลอม·2 วัน·สถาบันโรคผิวหนังสาธารณสุข
เปิดสัญญาณที่บอกว่าตับกำลังล้า พร้อม 10 วิธีดูแลตับ ให้แข็งแรง
บิดเบือน·2 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
เวียนหัว เหนื่อยง่าย คืออาการแรกเริ่มของโควิดสายพันธุ์ใหม่ เพราะเชื้อเริ่มโจมตีเยื่อบุลำไส้
บิดเบือน·4 วัน·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
สูบบุหรี่ในบ้านของตนเอง แต่ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น อาจโดนฟ้องร้องได้
ข่าวจริง·5 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข