
ขยี้ตาแรง ๆ ซ้ำ ๆ เป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคกระจกตาโก่ง
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อมูลที่แพร่กระจายระบุว่า การขยี้ตาแรงและทำเป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการคันตาหรือภูมิแพ้ตาอยู่ เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงการเกิดโรคกระจกตาโก่ง (Keratoconus) การขยี้ตาแรง ๆ เป็นเวลานาน อาจกระตุ้นการอักเสบและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเส้นใยคอลลาเจนในกระจกตา ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหรือความรุนแรงของโรคได้
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องจริงตามหลักการทางการแพทย์ การขยี้ตาแรงและบ่อยมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคกระจกตาโก่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมหรือมีภูมิแพ้ตาซ้ำ ๆ การขยี้ตาทำให้กระดาษตาถูกดึงและเสียรูป จึงส่งผลต่อโครงสร้างทางชีววิทยาของกระจกตา การขยี้แรงและเป็นเวลานาน กระตุ้นกระบวนการอักเสบและการเปลี่ยนแปลงของเส้นใยคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของกระจกตา จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดหรือความรุนแรงของโรคได้ตามที่กล่าวอ้างนั้น
สรุป
ผู้ที่มีอาการคันตา ตาแดง หรือระคายเคืองบ่อยควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ ซ้ำ ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อโรคกระจกตาโก่งและโรคตาอื่น ๆ หากอาการไม่หาย ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม ในกรณีสงสัยอาการหรือต้องการเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านทาง LINE @antifakenewscenter หรือช่องทางอื่น ๆ เช่น เวบไซต์ Facebook X TikTok และ Instagram ของศูนย์ฯ
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน