การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบบิดเบือน

ข้อมูลบิดเบือน: กินไข่ต้มกับชาร้อน น้ำเต้าหู้ หรือลูกพลับ เสี่ยงนิ่วและไตพัง

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 21 ส.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข้อมูลที่แพร่สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่าการกินไข่ต้มร่วมกับชาร้อน น้ำเต้าหู้ หรือลูกพลับ จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะหรือไตพังโดยตรง ข้อมูลดังกล่าวระบุว่าสารต่างๆ ในอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้อาจผสมกันในร่างกาย และเป็นสาเหตุของการเกิดนิ่วหรือความเสียหายต่อไต การเตือนนี้มักถูกแชร์ร่วมกับคำแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการรวมกินอาหารเหล่านี้เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่าการเกิดนิ่วในไต (นิ่วแคลเซียมออกซาเลต) เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการที่ต้องมีพร้อมกัน ได้แก่ ปริมาณแคลเซียม ออกซาเลต กรดยูริก ปริมาณน้ำดื่ม และพันธุกรรม ไม่มีหลักฐานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการกินไข่ต้มร่วมกับชา น้ำเต้าหู้ ทำให้เกิดนิ่วทันที โดยเฉพาะในคนที่มีสุขภาพดีและดื่มน้ำเพียงพอ ความเสี่ยงแทบเป็นศูนย์ ส่วนลูกพลับ มีงานวิจัยแสดงว่าการกินปริมาณมากในรูปดิบเท่านั้นที่อาจทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะ (bezoar) แต่เฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาการเคลื่อนไหวของกระเพาะ และไม่เกี่ยวข้องกับการกินไข่ร่วมด้วยแต่อย่างใด ตามข้อมูลจากสำนักพยาบาล สถาบันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข

สรุป

การกินไข่ต้มร่วมกับชา น้ำเต้าหู้ หรือลูกพลับต้มไม่ได้เป็นสาเหตุตรงโดยตัวมันเอง การเกิดนิ่วในไตต้องมีหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ใช่แค่การรวมกินอาหารบางชนิด ข้อควรระวังที่แท้จริงคือ ผู้ที่มีประวัตินิ่วแคลเซียมออกซาเลตควรจำกัดชาเข้มตามคำแนะนำแพทย์ และผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังต้องควบคุมปริมาณโปรตีนตามค่าแนะนำของแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการแทนการพึ่งข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
21 ส.ค. 2569 11:30
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
21 ส.ค. 2569 08:30
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
21 ส.ค. 2569 05:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — บิดเบือน
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แดดช่วยสร้างวิตามิน D แต่ไม่ได้ลดไขมัน เพิ่มความสูง หรือสร้างกล้ามเนื้อตามที่อ้างกัน
บิดเบือน·33 นาที·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
บทความ '4 น้ำเปล่าที่ไม่ควรดื่ม' ขยายความเกินจริงและขาดหลักฐานวิทยาศาสตร์
บิดเบือน·22 ชม.·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
กระเจี๊ยบเขียวแช่น้ำ อ้างช่วยควบคุมน้ำตาล ลดคอเลสเตอรอล และป้องกันพยาธิตัวจี๊ด
บิดเบือน·23 ชม.·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
ทันตแพทย์ออกใบสั่งจ่ายกัญชาโดยไม่ตรวจวินิจฉัยเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ข่าวจริง·1 วัน·หน่วยงานสาธารณสุขสาธารณสุข
แชร์ว่ารับประทานเกลือเม็ด 2 ช้อนโต๊ะตรวจสอบแล้วไม่มีหลักฐานการแพทย์
ข่าวปลอม·1 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
ข้าราชการและครอบครัวเบิกค่ายารักษากระดูกพรุน Teriparatide และ Romosozumab ได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม
ข่าวจริง·1 วัน·กรมบัญชีกลางสาธารณสุข