การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบบิดเบือน

ข้อมูลบิดเบือน: น้ำตาลและของหวานไม่ใช่สาเหตุตรงของเส้นเลือดขอด

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 19 ต.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

มีการแชร์ข้อความอ้างว่ากินของหวาน น้ำตาล หรือผลไม้สุก เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเส้นเลือดขอดโดยตรง ข้อกล่าวอ้างนี้แพร่กระจายในหมู่ประชาชนผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและการแชร์ต่อ ๆ กัน โดยสื่อสารว่าการบริหารอาหารหรือการหลีกเลี่ยงผลไม้และอาหารหวาน จะช่วยป้องกันปัญหาเส้นเลือดขอดได้

ผลการตรวจสอบ

ตามรายงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวถูกประเมินว่าเป็นข้อมูลที่บิดเบือน โดยการตรวจสอบพบว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่สนับสนุนว่าน้ำตาลหรือของหวาน ผลไม้สุก เป็นเหตุทำให้เกิดเส้นเลือดขอดโดยตรง อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำตาลสูงในเลือดอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการเสื่อมสภาพของผนังหลอดเลือด การเกิดการอักเสบ และความเสียหายต่อหลอดเลือด แต่นี่เป็นกระบวนการระยะยาวและไม่ใช่เหตุตรงโดยชาติ สาเหตุหลักของเส้นเลือดขอดที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมระบุคือ อายุที่เพิ่มขึ้น พันธุกรรม น้ำหนักตัวมาก หรือภาวะอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดแรงกดทับต่อหลอดเลือด รวมถึงการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดและผนังหลอดเลือดที่ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่ปกติ ด้านการรักษา ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมชี้ว่าการบริหารกล้ามเนื้อและการนวดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดเป็นวิธีที่ได้ผลดี ส่วนการเจาะปล่อยเลือดทิ้งในกรณีเส้นเลือดขอดที่มีเลือดคั่งนั้นเป็นวิธีที่ใช้ในบางกรณีเท่านั้น ไม่ใช่มาตรฐานทั่วไป และต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลดังกล่าวมีแหล่งอ้างอิงจากสำนักสุขภาพสัตวแพทยศาสตร์ สำนักงานสนับสนุนการรักษาพยาบาลอเมืองจังหวัร (ศวส.อ.) กระทรวงสาธารณสุข

สรุป

ข้อมูลที่ถูกแชร์อ้างว่ากินของหวานและน้ำตาลเป็นสาเหตุตรงของเส้นเลือดขอดนั้นไม่มีหลักฐานชัดเจนและทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาเหตุแท้จริงของโรค การเชื่อข้อมูลนี้อาจนำไปสู่การมุ่งเน้นการป้องกันโรคในทางที่ไม่ถูกต้อง เมื่อสาเหตุหลักจริง ๆ เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม อายุ น้ำหนัก และการไหลเวียนเลือด ผู้อ่านที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการเส้นเลือดขอดควรปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและแผนการรักษาที่เหมาะสม ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเปิดรับแจ้งเบาะแสข่าวที่สงสัยผ่านช่องทาง LINE @antifakenewscenter Website https://www.antifakenewscenter.com/ Facebook https://www.facebook.com/AntiFakeNewsCenter X https://twitter.com/AFNCThailand TikTok https://www.tiktok.com/@antifakenewscenter และ Instagram https://www.instagram.com/afnc_thailand/

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
19 ต.ค. 2569 15:00
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
19 ต.ค. 2569 12:16
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
19 ต.ค. 2569 09:31
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — บิดเบือน
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสริมอาหาร ธนทรกรีน อ้างสลายนิ่วไม่ต้องผ่าตัด ฟื้นฟูไต
ข่าวปลอม·2 ชม.·อย.สาธารณสุข
การใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำทำให้เด็กขาดออกซิเจนในสมอง
ข่าวปลอม·4 ชม.·กรมอนามัยสาธารณสุข
ดื่มไวน์แดงแก้นอนไม่หลับ คำแนะนำที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุน
บิดเบือน·1 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
สารอะฟลาทอกซิน จากเชื้อรา อาหารอาจ ทำให้เกิดมะเร็งตับ กรมอนามัยเตือน
ข่าวจริง·2 วัน·กรมอนามัยสาธารณสุข
ผลิตภัณฑ์ Detarin อ้างสามารถกำจัดพยาธิและไข่ปรสิตทั่วร่างกาย
ข่าวปลอม·4 วัน·อย.สาธารณสุข
การคาดการณ์โรคระบาดใหญ่ปลายปี 2569 พร้อมอ้างแผนลดประชากรและวัคซีนใหม่
ข่าวปลอม·4 วัน·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมสาธารณสุข