
การทำแมมโมแกรมอาจกระตุ้นให้เนื้องอกลุกลาม
ข่าวที่แพร่กระจาย
ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูล สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศแรกที่ห้ามทำแมมโมแกรม โดยอ้างว่า การตรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฉ้อโกงโดยกลุ่มมาเฟียทางการแพทย์ซึ่งทำให้ผู้หญิงหลายล้านคนได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ข้ออ้างนี้ยังระบุว่าผลบวกปลอมสูงถึง 50-60% และแมมโมแกรมอาจกระตุ้นให้เนื้องอกลุกลาม จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า สวิตเซอร์แลนด์ยังคงแนะนำและให้บริการตรวจแมมโมแกรม ซึ่งการตรวจแมมโมแกรมถือเป็นวิธีตรวจคัดกรองมาตรฐาน (gold standard) สำหรับการตรวจหามะเร็งเต้านมในผู้หญิง โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป ปัจจุบันมีหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุนว่า แมมโมแกรมสามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาหายและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยขนาดใหญ่ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และประเทศในยุโรป พบว่า การตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้ 20-40% ในกลุ่มสตรีที่เข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ
ผลการตรวจสอบ
นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังแนะนำให้ประเทศที่มีทรัพยากรเพียงพอดำเนินโปรแกรมการตรวจแมมโมแกรมอย่างเป็นระบบโดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพและลดภาระของโรคในระยะยาว แม้ว่า การตรวจแมมโมแกรมจะมีความเสี่ยงบางประการ เช่น การได้รับรังสีในปริมาณเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์ของการตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นซึ่งช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตแล้ว การตรวจแมมโมแกรมจึงให้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช็กให้ชัวร์ ก่อนเชื่อเพจปลอม
สรุป
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้เป็นข่าวปลอม ไม่มีหลักฐานรองรับ ประชาชนไม่ควรแชร์ต่อ โดยอ้างอิงจากกรมอาจกระตุ้นให้เนื้องอกลุกลาม, กรมถือเป็นวิธีตรวจคัดกรองมาตรฐาน, กรมสามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแร, กรมสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้, กรมการตรวจแมมโมแกรมอย่างเป็นระบบโดยเน้นก
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน