
กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัวรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่สำหรับผู้สูงวัย
ข่าวที่แพร่กระจาย
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 14. 37 ล้านคน คิดเป็น 21. 87% ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากรายงานของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2566 พบว่า ผู้สูงอายุใช้บริการผู้ป่วยนอกกว่า 68.
ผลการตรวจสอบ
9 ล้านครั้ง และเข้าใช้บริการในสถานพยาบาลเพิ่มขึ้นกว่า 2% หรือประมาณ 1. 8 ล้านครั้งต่อปี อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้สูงอายุอีกมากที่มีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้ารับบริการด้านสุขภาพได้ กรมการแพทย์ โดยสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ จึงได้พัฒนา “รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่” นำบริการสาธารณสุขออกไปถึงชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งประมาณการว่าใน 1 ปี รถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ 1 คัน จะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการของผู้สูงอายุได้ถึง 12% หรือ 21,600 คน ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ ส่งเสริมการป้องกันโรค และสนับสนุนการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ลดภาระของโรงพยาบาล และลดภาระของประชาชนในการเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล รถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่มี 6 บริการหลัก ได้แก่ 1. การตรวจรักษา ติดตาม ให้คำปรึกษาด้านโรค NCDs ภาวะสมองเสื่อมและภาวะหกล้ม 2. ตรวจคัดกรองสุขภาพช่องปาก 3. ให้คำปรึกษาทางไกล (Tele-Consult) โดยทีมสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ 4. ตรวจสุขภาพเบื้องต้น (วัดความดัน ตรวจเบาหวาน ชั่งน้ำหนัก ฯลฯ) 5. ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการและกิจกรรมพัฒนาร่างกาย และ 6. ฉีดวัคซีนและเวชภัณฑ์เบื้องต้น ซึ่งในการเปิดตัวรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่ครั้งนี้ มีกิจกรรมให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพแก่ผู้สูงอายุและผู้สนใจ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้แทนเขตสุขภาพที่ 4 ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องในการนำรถตรวจสุขภาพสูงวัยเคลื่อนที่ไปให้บริการประชาชน
สรุป
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้เป็นข่าวจริง มีหลักฐานยืนยันชัดเจน โดยอ้างอิงจากกรมการแพทย์, สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเ
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน