เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

สั่งหยุดปรับพื้นที่ WHA ESIE 5 หลังพบหลักฐานระเบิดหิน จี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงภายใน 3 วัน
ข่าวที่แพร่กระจาย
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 คณะทำงาน กนอ. ร่วมกับหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard 5 (WHA ESIE 5) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังเกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดและแรงสั่นสะเทือนรุนแรงใน 4 อำเภอของจังหวัดระยองเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 สร้างความตื่นตกใจให้ประชาชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ทีมตรวจสอบพบร่องรอยและหลักฐานบ่งชี้ว่ามีการทำลายหินด้วยการระเบิด ทั้งที่ผู้แทนนิคมฯ และผู้รับเหมาคือบริษัท บ้านค่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต จำกัด ยืนยันว่าดำเนินการตามกรอบ EIA โดยใช้เพียงรถหัวเจาะ (Breaker) เท่านั้น ไม่มีการใช้วัตถุระเบิด
ผลการตรวจสอบ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา ออกมาเปิดเผยมาตรการอย่างเป็นทางการว่าได้สั่งการให้ กนอ. ระงับการปรับพื้นที่บริเวณที่มีหินทั้งหมดทันที พร้อมห้ามบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่เพื่อรักษาสภาพจุดเกิดเหตุ และออกหนังสือให้ผู้พัฒนานิคมชี้แจงข้อเท็จจริงครอบคลุมกระบวนการดำเนินงาน มาตรการ EIA และใบอนุญาตต่าง ๆ ภายใน 3 วันทำการ ขั้นตอนถัดไป กนอ. จะตรวจสอบ Daily Reports เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลพิกัดการทำงานกับสภาพพื้นที่จริง และประสานหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญเข้าพิสูจน์หลักฐาน กรณีนี้เข้าข่ายที่อาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายว่าด้วยแร่ (พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560) ที่กำหนดให้การระเบิดหินต้องได้รับใบอนุญาตจาก กพร. และต้องปฏิบัติตามมาตรการ EIA อย่างเคร่งครัด หากพิสูจน์ได้ว่ามีการลักลอบใช้วัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้กระทำความผิดมีโทษตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา การตรวจสอบยังดำเนินอยู่ และยังไม่มีบทสรุปสุดท้ายว่าการระเบิดเกิดจากกระบวนการใดและใครเป็นผู้รับผิดชอบ
สรุป
ประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดระยองที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสั่นสะเทือน ควรติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีการลักลอบใช้วัตถุระเบิดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบรุนแรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผู้ที่ได้รับความเสียหายสามารถแจ้งเรื่องผ่านสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับการเยียวยาตามมาตรการที่กระทรวงกำลังเร่งจัดทำ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน