เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

รัฐบาลขยายตรวจสอบนิติบุคคลตลอดวงจร สกัดนอมินีต่างชาติ เริ่ม 1 ส.ค. 2569
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีรายงานจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลออกมาตรการใหม่ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 โดยกำหนดให้กรณีที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนามในบริษัท ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุนพร้อมเอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อป้องกันการใช้บริษัทเป็นช่องทางถือครองที่ดินโดยมิชอบ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
ผลการตรวจสอบ
เนื้อหาข่าวมาจากการแถลงของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุเลขคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบกฎหมายที่มีอยู่ได้แก่ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่ห้ามชาวต่างชาติถือหุ้นเกินสัดส่วนหรือประกอบธุรกิจบางประเภทโดยไม่ได้รับอนุญาต ตัวเลขที่อ้างอิงได้แก่ นิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่กว่า 1 ล้านราย และบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติในสัดส่วนไม่เกิน 49.99% จำนวน 119,116 ราย มีความเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รองโฆษกรัฐบาลยังชี้แจงชัดเจนว่าการมีผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่ได้หมายความว่าผิดกฎหมาย การดำเนินการจะพิจารณาตามพยานหลักฐานเป็นรายกรณี ซึ่งแสดงถึงความระมัดระวังในการสื่อสาร ไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง
สรุป
ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติที่จดทะเบียนบริษัทในไทยหรือกำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ควรตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนดใหม่ โดยเฉพาะเอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธหรือล่าช้าในการจดทะเบียน สามารถติดตามรายละเอียดและข้อกำหนดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (www.dbd.go.th) หรือสายด่วน 1570
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน