เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ทวี ซัดข่าวบิดเบือน โต้แทรกแซงคดีฮั้วสว. DSIกันใครเป็นพยานไม่ได้ จี้กกต.สุจริต
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีกระแสข่าวที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ระบุว่าเป็น 'การกุข่าว' แพร่กระจายเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2569 อ้างว่า DSI และอดีตรมว.ยุติธรรมกลั่นแกล้งรับคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ และมีเจ้าหน้าที่ DSI ไปข่มขู่บังคับพยานให้ให้ข้อมูลโจมตีบุคคลอื่น เพื่อแลกกับการถูกกันเป็นพยานไม่ถูกดำเนินคดี โดยข่าวดังกล่าวแพร่ออกมาในช่วงที่ กกต. กำลังจะแถลงผลมติคดีฮั้ว สว. พอดี ทำให้ผู้ที่ติดตามคดีนี้ตั้งคำถามถึงกระบวนการทำงานของ DSI และบทบาทของอดีตรัฐมนตรีในคดีสำคัญนี้
ผลการตรวจสอบ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อ 14 ก.ย. 2569 โดยอ้างอิงกรอบกฎหมายชัดเจนสองประเด็น ประเด็นแรก การรับคดีเป็นคดีพิเศษต้องผ่านมติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 ท่าน รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี อัยการสูงสุด ผบ.ตร. และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จึงไม่ใช่การตัดสินใจของบุคคลเดียว ประเด็นที่สอง อำนาจกันพยานเป็นของ กกต. โดยตรง ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 65 และระเบียบ กกต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ. 2563 โดย DSI มีเพียงอำนาจเสนอความเห็นเท่านั้น นอกจากนี้ ยังอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ ม.ค. 2569 ซึ่งวินิจฉัยแล้วว่าตนไม่ได้แทรกแซงการทำหน้าที่ กกต. หรือคณะไต่สวนชุดที่ 26 คำวินิจฉัยนี้มีผลเด็ดขาดและผูกพันหน่วยงานของรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ ข้ออ้างเชิงกฎหมายทั้งสองประเด็นสอดคล้องกับโครงสร้างของกฎหมายที่ระบุจริง แม้ยังต้องติดตามคำแถลงของ กกต. ในวันเดียวกันเพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล
สรุป
ผู้ที่ติดตามข่าวคดีฮั้ว สว. ควรทราบว่าการตีความบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรมอย่างคลาดเคลื่อน อาจทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและนำไปสู่การด่วนสรุปที่ไม่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย หากต้องการติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ ควรอ้างอิงจากประกาศหรือแถลงการณ์ทางการของ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ทางการ ไม่ควรอาศัยเพียงข่าวที่แพร่ในโซเชียลมีเดียในช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน