เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

“ศรีสุวรรณ” จี้ กกต. ถอน 3 พยานกลับคำคดีฮั้ว สว. เร่งเอาผิดแจ้งเท็จ-อาญา เตือนเพิกเฉย ม.157
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข่าวว่า ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดินเดินทางบุก กกต. เพื่อยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการกันบุคคล 3 รายไว้เป็นพยานในคดีที่มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาอาจเป็นไปโดยไม่สุจริต หลังจากพยานรหัส 16, 21 และ 22 ซึ่งเคยให้การสนับสนุนคดีฮั้ว สว. กลับมาเปลี่ยนแปลงคำให้การในภายหลัง ส่งผลให้ กกต. เสียงข้างมากอ้างว่าพยานหลักฐานในคดีไม่น่าเชื่อถือ และมีการฟ้องเพียง สว. 26 คนกับเครือข่าย ไม่รวมคณะกรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงิน นอกจากนี้ยังมีการเตือน กกต. ว่าหากเพิกเฉยต่อการดำเนินการตามกฎหมายอาจมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. 2560 มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ผลการตรวจสอบ
เหตุการณ์การยื่นคำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงที่สำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 และสอดรับกับการแถลงผลการสืบสวนของ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งมีมติส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. รวม 77 คน การอ้างอิงระเบียบ กกต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยาน พ.ศ. 2563 ข้อ 10 ซึ่งกำหนดให้เพิกถอนการกันพยานได้หากพยานกลับคำ ถือเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่มีอยู่จริง การอ้างถึงมาตรา 137, 175, 177 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จและให้การเท็จ รวมถึงมาตรา 157 เรื่องเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นมาตราที่มีอยู่จริงในกฎหมาย ข่าวนี้รายงานสาระของคำร้องและข้อเรียกร้องตามที่ผู้ยื่นแถลงต่อสื่อโดยไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหลัก อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการยื่นคำร้องและท่าทีของ กกต. ต่อคำร้องดังกล่าวยังไม่ปรากฏในเนื้อหาที่ตรวจสอบ
สรุป
ผู้ที่ติดตามคดีฮั้ว สว. ควรระวังว่าการยื่นคำร้องในลักษณะนี้เป็นเพียงขั้นตอนเรียกร้องทางกฎหมาย ซึ่ง กกต. จะต้องพิจารณาตามกระบวนการก่อน ผลของคดีอาจใช้เวลาและไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามที่ร้องขอทุกประการ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตจากเว็บไซต์ทางการของ กกต. ที่ ect.go.th หรือช่องทางสื่อมวลชนที่น่าเชื่อถือ เพื่อรับข้อมูลความคืบหน้าของคดีที่ถูกต้องและครบถ้วน
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน