เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดหลักเกณฑ์เยียวยาเหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ เสียชีวิตรับ 3 แสน แยกจากเงิน 1 ล้านสำนักนายกฯ
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข้อมูลจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระบุว่าผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จะได้รับเงินเยียวยารายละ 300,000 บาท ครอบคลุมทั้งผู้ใหญ่และเด็กนักเรียน โดยกรณีบาดเจ็บมีสิทธิรับค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 80,000 บาท ค่าฟื้นฟูร่างกายและจิตใจไม่เกิน 50,000 บาท และค่าชดเชยการสูญเสียอวัยวะสูงสุดถึง 300,000 บาท นอกจากนี้ยังมีการชี้แจงว่าเงินจำนวนนี้เป็นคนละส่วนกับเงินช่วยเหลือ 1,000,000 บาทที่สำนักนายกรัฐมนตรีจัดสรรผ่านกองทุนช่วยเหลือ ซึ่งหมายความว่าผู้ได้รับผลกระทบมีสิทธิรับเงินจากทั้งสองช่องทางรวมกัน
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลนี้มาจากการให้สัมภาษณ์ของนายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีและโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในฐานะทางการ อ้างอิงพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีอยู่จริงและเป็นกลไกปกติที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ใช้ดูแลผู้เสียหายในคดีอาญา โครงสร้างเงินเยียวยาที่ระบุ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟู และค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ มีความสอดคล้องกับกลไกตามกฎหมายนี้ในหลักการ การชี้แจงว่าเงินเยียวยาของกรมฯ และเงินจากสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนละกองทุนมีความสมเหตุสมผล เนื่องจากทั้งสองมีฐานกฎหมายและที่มาของงบประมาณต่างกัน อย่างไรก็ดี เหตุการณ์อ้างอิงในข่าวระบุวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันจากแหล่งอื่นได้ในขณะนี้ แต่ข้อมูลกฎหมายและโครงสร้างการเยียวยามีความถูกต้องในระดับหลักการ
สรุป
ผู้เสียหายและญาติผู้เสียชีวิตควรทราบว่าตนเองมีสิทธิรับเงินชดเชยจาก 2 ช่องทางแยกกัน ได้แก่ เงินเยียวยาตามกฎหมายจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และเงินช่วยเหลือจากกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี การไม่ทราบสิทธิ์ดังกล่าวอาจทำให้สูญเสียโอกาสรับเงินชดเชยที่พึงได้รับ แนะนำให้ติดต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพโดยตรงเพื่อยื่นขอรับสิทธิ์และตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ รวมถึงติดตามข้อมูลอัปเดตจากช่องทางทางการของกรมฯ เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลาการยื่นคำร้อง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน