เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

น้ำท่วม อ.บ้านสร้าง ปราจีนฯ ยังน่าห่วง รพ.อภัยภูเบศรย้ายผู้ป่วย 100%
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการรายงานข่าวสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.บ้านสร้าง และพื้นที่ใกล้เคียงใน จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2569 ระบุว่าโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัด ต้องย้ายผู้ป่วยออกทั้งหมด 100% เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงและมีความเสี่ยงที่น้ำจะทะลักเข้าโรงพยาบาล นอกจากนี้ ประชาชนจาก ต.บางแตน จำนวน 145 คน ต้องอพยพเป็นครั้งที่สองไปอยู่ศูนย์พักพิงที่ห่างออกไปกว่า 40 กิโลเมตร โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 9 ตำบล 88 หมู่บ้าน 9,211 ครัวเรือน ขณะที่ อ.บ้านสร้าง ยังรับมวลน้ำจากทั้งนครนายกและเมืองปราจีนบุรี ส่งผลให้บางจุดระดับน้ำสูงถึง 2-3 เมตร
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลในรายงานมีความสอดคล้องและมีแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้หลายราย นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี ให้ข้อมูลทิศทางน้ำและระดับน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเชิงตัวเลขของกรมชลประทานที่ระบุระดับน้ำเกินตลิ่งในจุดที่บ้านตะพาน 1.42 เมตร และเกินเกณฑ์วิกฤตที่หอทองอีก 22 เซนติเมตร การที่ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์และศูนย์พักพิงอบจ. เป็นมาตรการฉุกเฉินที่มีเหตุผลรองรับ สอดคล้องกับระดับน้ำท่วมที่รายงาน ข้อมูลกลุ่มผู้อพยพที่ระบุแบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน (เด็ก 19 คน ผู้สูงอายุ 33 คน ผู้พิการ 1 คน ผู้ป่วยติดเตียง 3 คน และประชาชนทั่วไป 84 คน รวม 140 คนจากทั้งหมด 145 คน) แสดงถึงการรายงานที่มาจากการสำรวจจริง อธิบดีกรมการปกครองสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างเป็นคำสั่งทางราชการที่สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่พบสัญญาณของการบิดเบือนหรือการนำเสนอข้อมูลเกินจริงในรายงานฉบับนี้
สรุป
ผู้ที่มีญาติหรือผู้ป่วยที่เคยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรควรติดต่อตรวจสอบสถานที่ย้ายผู้ป่วยโดยตรงกับทางโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ป่วยถูกกระจายไปยังหลายแห่ง และผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางรายเสี่ยงขาดยา ประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง ควรติดตามข้อมูลระดับน้ำจากกรมชลประทานและอบจ.ปราจีนบุรีอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนสาย 3481 และ 3076 ที่ถูกปิดกั้น และพร้อมอพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยไม่รอช้า
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน