เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

เตือนภัยหน้าฝน! ระวัง "เห็ดพิษ" ดอกตูมแยกยากด้วยตาเปล่า ปี 69 ป่วยแล้วกว่า 300
ข่าวที่แพร่กระจาย
ในช่วงฤดูฝนของปี 2569 มีการแชร์คำเตือนจากหน่วยงานสาธารณสุขระบุว่าพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากเห็ดป่ากว่า 300 รายในเขตสุขภาพที่ 9 (ครอบคลุมจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และชัยภูมิ) พร้อมเตือนว่าเห็ดพิษในระยะดอกตูมไม่สามารถแยกแยะจากเห็ดกินได้ด้วยตาเปล่า และวิธีทดสอบแบบภูมิปัญญาพื้นบ้านเช่น การต้มกับข้าวสาร หอมแดง กระเทียม หรือการใช้เครื่องเงินทดสอบสีไม่เปลี่ยน ไม่ใช่วิธีที่เชื่อถือได้ กลุ่มเสี่ยงสูงสุดคือเกษตรกรและผู้สูงอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป
ผลการตรวจสอบ
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา (สคร.9) เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่รายงานและติดตามสถานการณ์โรคในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตัวเลขผู้ป่วย 335 รายและผู้เสียชีวิต 1 รายในช่วง 1 ม.ค. – 1 ก.ย. 2569 เป็นข้อมูลจากกลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขของหน่วยงาน ข้อมูลด้านอาชีพและกลุ่มอายุผู้ป่วยสอดคล้องกับรูปแบบที่พบในปีก่อนหน้า ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความไม่น่าเชื่อถือของวิธีทดสอบพื้นบ้านนั้นถูกต้อง โดยสารพิษอะมาทอกซิน (amatoxin) ในเห็ดหลายชนิดมีความทนทานต่อความร้อนสูงและไม่ทำปฏิกิริยากับเงินหรือพืชผักใด ๆ ที่ใช้ทดสอบ การออกคำเตือนช่วงหน้าฝนเป็นแนวทางปฏิบัติประจำปีของกรมควบคุมโรค ไม่พบข้อมูลที่ขัดแย้งหรือตัวเลขที่บิดเบือนในเนื้อหา
สรุป
ผู้ที่หลงเชื่อวิธีทดสอบเห็ดพิษแบบพื้นบ้านและนำเห็ดที่ไม่รู้จักมารับประทานมีความเสี่ยงต่อภาวะตับวาย ไตวาย และเสียชีวิตได้ โดยอาการอาจเกิดขึ้นช้าหลายชั่วโมงจนทำให้เข้าใจผิดว่าปลอดภัย ขอแนะนำให้ยึดหลัก 'ไม่รู้จัก ไม่กิน' โดยเด็ดขาด และหากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้องหลังรับประทานเห็ดป่า ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีพร้อมนำตัวอย่างเห็ดที่เหลือไปด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน