เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ญี่ปุ่นยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟโทคาจิในฮอกไกโดขึ้นสู่ระดับ 3 สั่งอพยพพื้นที่รัศมี 3 กิโลเมตร
ข่าวที่แพร่กระจาย
สำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาภูมิภาคซัปโปโระได้ยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟโทคาจิ (Mount Tokachi) ทางตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ขึ้นสู่ระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ โดยเตือนว่าอาจเกิดการปะทุและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในรัศมีประมาณ 3 กิโลเมตรรอบปล่องภูเขาไฟ ข่าวระบุว่ามีคำสั่งอพยพออกไปยังเขตบ่อน้ำพุร้อนฟูคิอาเกะในเมืองคามิฟูราโนะ และบริเวณบ่อน้ำพุร้อนโทคาจิดาเกะ รวมถึงมีการปิดให้บริการที่พักและร้านอาบน้ำออนเซ็นในพื้นที่บางส่วน นอกจากนี้ยังเตือนประชาชนในเมืองฟูราโนะ เมืองบิเอะ เมืองคามิฟูราโนะ เมืองมินามิฟูราโนะ และเมืองชินโตกุ ถึงความเป็นไปได้ที่เถ้าถ่านและหินภูเขาไฟขนาดเล็กจะพุ่งออกมา
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลในรายงานนี้มาจากสำนักข่าวเกียวโด ซึ่งเป็นสำนักข่าวแห่งชาติญี่ปุ่นที่มีความน่าเชื่อถือสูง และอ้างอิงจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) โดยตรง รายงานมีรายละเอียดที่สอดคล้องกันทั้งหมด ได้แก่ ระดับการเตือนภัยที่เพิ่มจาก 2 เป็น 3 ความสูงของภูเขาไฟที่ 2,077 เมตร พื้นที่ผลกระทบในรัศมี 3 กิโลเมตร ชื่อเมืองและย่านที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสถานประกอบการที่ปิดให้บริการ ระบบเตือนภัยภูเขาไฟของญี่ปุ่นแบ่งเป็น 5 ระดับ โดยระดับ 3 หมายถึง 'ห้ามเข้าพื้นที่ภูเขาไฟ' และเริ่มพิจารณาอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการที่รายงานระบุ การระบุว่าแผ่นดินไหวบริเวณใกล้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่สมเหตุสมผลสำหรับการยกระดับเตือนภัย ไม่พบความขัดแย้งหรือข้อมูลที่น่าสงสัยในรายงาน
สรุป
สำหรับผู้ที่มีแผนท่องเที่ยวหรือพักแรมในพื้นที่ฮอกไกโด โดยเฉพาะบริเวณฟูราโนะ บิเอะ คามิฟูราโนะ และเขตน้ำพุร้อนใกล้ภูเขาไฟโทคาจิ ควรติดตามประกาศจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ผ่านเว็บไซต์ทางการ www.jma.go.jp อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำอพยพของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ผู้ที่วางแผนเดินทางควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนออกเดินทาง และสามารถติดต่อสายด่วนสถานเอกอัครราชทูตไทยในโตเกียวเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้หากจำเป็น
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน