เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

มท.3 สั่งพื้นที่เสี่ยงประเมินน้ำท่วม-เตรียมพร้อม 24 ชม.
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการรายงานและแชร์ข่าวว่า นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้ออกคำสั่งให้จังหวัดที่มีความเสี่ยงด้านอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ติดแหล่งน้ำ ประจำกำลังตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้หลักการบัญชาการเดี่ยว (Single Command) โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถสั่งการได้เองโดยไม่ต้องรอส่วนกลาง รวมถึงสามารถใช้ระบบ Cell Broadcast ส่งสัญญาณแจ้งเตือนประชาชนได้ทันทีที่พบความเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีการระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับเป็นพิเศษเรื่องการเตรียมศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม และกำลังคนสำหรับผู้ประสบภัย และยังมีท่าทีชัดเจนว่าไม่ได้ปิดกั้นข้อมูลโซเชียลมีเดีย แต่ขอให้ประชาชนยึดข้อมูลจากหน่วยงานทางการเป็นหลักเพื่อป้องกันความตื่นตระหนกที่ไม่จำเป็น
ผลการตรวจสอบ
ข่าวนี้เป็นการรายงานคำแถลงและแนวทางของเจ้าหน้าที่รัฐในตำแหน่งสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา มีการระบุชื่อ-ตำแหน่งผู้พูดชัดเจนคือ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื้อหาด้านการใช้ระบบ Cell Broadcast สอดคล้องกับกรอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่มีอยู่จริง และหลักการ Single Command เป็นแนวปฏิบัติที่กระทรวงมหาดไทยใช้ในการบริหารจัดการสาธารณภัยมาอย่างต่อเนื่อง ไม่พบข้อมูลเท็จหรือการบิดเบือนสาระสำคัญ เนื้อหาเป็นรายงานการประชุมเชิงนโยบายที่ไม่มีตัวเลขสถิติหรือการคาดการณ์ที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด ส่วนที่ระบุว่าให้ประชาชน 'ยึดข้อมูลจากหน่วยงานทางการเป็นหลัก' เป็นคำแนะนำที่สอดคล้องกับมาตรฐานการสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่การปิดกั้นการรับข้อมูล เนื่องจากมท.3 ระบุชัดเจนว่าไม่ได้ห้ามรับข้อมูลจากช่องทางอื่น
สรุป
ข่าวนี้เป็นการรายงานนโยบายและแนวทางของรัฐบาลในการรับมืออุทกภัยที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมควรติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการ ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยสังเกตการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ในโทรศัพท์มือถือ และเตรียมแผนอพยพรวมถึงของจำเป็นไว้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์รุนแรงก่อน
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน